นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) พร้อมมอบนโยบายเร่งด่วนในการขับเคลื่อนโครงการรถไฟฟ้า โดยเน้นการลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย และเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งมวลชนของประเทศ
การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ มีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงคมนาคมและ รฟม. ร่วมให้ข้อมูลผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2569 รวมถึงแผนการลงทุนและพัฒนาโครงการในระยะต่อไป ณ สำนักงาน รฟม. ถนนพระราม 9 กรุงเทพมหานคร
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาระบบคมนาคมให้มีความทันสมัย เชื่อมโยงทุกโหมดการเดินทาง และเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต ลดต้นทุนการเดินทาง และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ทั้งนี้ ได้มอบนโยบายสำคัญให้ รฟม. ดำเนินการใน 3 ด้านหลัก ได้แก่
1. ลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน
เร่งขยายผลนโยบายรถไฟฟ้า “40 บาทตลอดวัน” ควบคู่การศึกษาโครงสร้างค่าโดยสารแบบแบ่งโซน (Zone-based fare) เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม พร้อมผลักดันระบบตั๋วร่วม และแนวทางบริหารจัดการโครงการแบบองค์รวม (Single Ownership) เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร
2. เร่งรัดโครงการและยกระดับความปลอดภัย
เร่งดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าให้เป็นไปตามแผน โดยเฉพาะสายสีม่วง ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ และสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์–มีนบุรี พร้อมกำชับมาตรการด้านความปลอดภัยทั้งในระหว่างก่อสร้างและการให้บริการให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
3. วางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว
พัฒนาระบบเชื่อมต่อ (Feeder) ระหว่างล้อ-ราง-เรือ เพื่อให้การเดินทางไร้รอยต่อ รวมถึงการขยายโครงการรถไฟฟ้าไปยังภูมิภาค โดยคำนึงถึงความคุ้มค่า ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังเน้นให้ รฟม. ศึกษาแนวทางการบริหารสินทรัพย์ เพื่อเพิ่มศักยภาพการพึ่งพาตนเองทางการเงินในระยะยาว รวมถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาปรับใช้ในการบริหารจัดการและยกระดับการให้บริการ
ด้านนายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. ระบุว่า องค์กรพร้อมนำนโยบายไปขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม โดยอยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมของการบริหารโครงการแบบ Single Ownership ทั้งในมิติด้านเทคนิคและการเงิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบ และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในระยะยาว
ทั้งนี้ การผลักดันโครงการรถไฟฟ้าและระบบขนส่งมวลชนดังกล่าว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และเสริมศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจของไทยในอนาคต