วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มอบนโยบายการดำเนินงานแก่ สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง หรือ สทร. โดยเน้นย้ำบทบาทสำคัญในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง เพื่อยกระดับความปลอดภัยของประชาชน พร้อมผลักดันการสร้างฐานการผลิตรถไฟไทยด้วยฝีมือคนไทยอย่างเป็นรูปธรรม ลดการพึ่งพาการนำเข้า และสร้างมูลค่าเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างยั่งยืน
ในการมอบนโยบายครั้งนี้ มีนายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง และนายผดุงศักดิ์ สรุจิกำจรวัฒนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม เข้าร่วม โดยมี ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย ผู้อำนวยการ สทร. พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ ณ อาคารศูนย์บริหารทางพิเศษ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ปัจจุบันอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟและจุดลักผ่านในพื้นที่ชุมชนยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงมอบหมายให้ สทร. เร่งนำผลงานวิจัยและเทคโนโลยีด้านระบบอาณัติสัญญาณไปต่อยอดใช้งานจริงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนโยบายเร่งด่วนปี 2569 คือ การร่วมกับ การรถไฟแห่งประเทศไทย และ กรมการขนส่งทางบก พัฒนาระบบความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟประเภท ก จำนวน 22 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นระยะแรก ก่อนขยายผลสู่จุดลักผ่านในชุมชนทั่วประเทศ
ทั้งนี้ จะใช้เงินจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) สนับสนุนการดำเนินงาน พร้อมต่อยอดการใช้กล้อง CCTV และระบบเชื่อมสัญญาณไฟจราจรล่วงหน้า เพื่อแจ้งเตือนก่อนขบวนรถไฟเข้าสู่จุดตัด ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังมอบหมายให้ สทร. เร่งวิจัยและพัฒนานวัตกรรมระบบราง เพื่อสร้างหัวรถจักร ล้อเลื่อน ขบวนรถโดยสาร และตู้โบกี้ภายในประเทศให้เกิดขึ้นจริงในระยะเวลาอันสั้น โดยให้บูรณาการความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียนและการจ้างงานในประเทศ
อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญคือ การศึกษาโครงการรถ Dual-Mode Vehicle (DMV) ซึ่งสามารถวิ่งได้ทั้งบนถนนและรางรถไฟ หลังได้รับความเห็นชอบในหลักการจาก องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และ รฟท. โดยมองว่าอาจช่วยลดต้นทุนและการขาดทุนของการเดินรถในอนาคต
สำหรับผลงานสำคัญของ สทร. ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ประกอบด้วย “อินทรีย์เมฆา” รถไฟไทยไฮบริดต้นแบบ ที่ออกแบบภายใต้แนวคิด “ง้าว” อาวุธโบราณไทย โดยร่วมมือกับสถานทูตอิตาลีประจำประเทศไทย และบริษัท Blue Engineering S.r.l. จากอิตาลี ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการออกแบบและการผลิตให้บุคลากรไทย ปัจจุบันอยู่ระหว่างการผลิตต้นแบบ 1 ขบวน มูลค่าราว 400 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จปี 2572
นอกจากนี้ ยังมีโครงการ “Siamese Train” รถไฟท่องเที่ยวหรูเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ซึ่งพัฒนาร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยนำโบกี้รถไฟ JR West จากญี่ปุ่นมาปรับปรุงใหม่เป็นขบวนท่องเที่ยวระดับลักชัวรี จำนวน 5 ตู้ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2569
ขณะเดียวกัน สทร. ยังอยู่ระหว่างการพัฒนารถโดยสารชั้น 3 ปรับอากาศต้นแบบ เพื่อยกระดับคุณภาพบริการและลดการนำเข้ารถไฟจากต่างประเทศ รวมถึงการจดอนุสิทธิบัตรวัสดุโฟมดูดกลืนเสียงจากยางธรรมชาติสำหรับกำแพงกันเสียงในระบบราง ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตยางพาราของเกษตรกรไทย
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ยังย้ำให้ สทร. เร่งนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และเชิงสาธารณะ พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีระบบรางของไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของระบบขนส่งทางรางไทยในระยะยาว