นายพิเชษฐ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน นำคณะสื่อมวลชนและผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบความก้าวหน้างานสำรวจออกแบบโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำท่าจีน ณ ประตูระบายน้ำชลมาร์คพิจารณ์ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี
นายพิเชษฐ เปิดเผยว่า ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำท่าจีนประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากและมีแนวโน้มมากขึ้นในอนาคต รวมถึงประสิทธิภาพการระบายน้ำของลำน้ำดังกล่าวลดน้อยลง ทำให้ไม่สามารถระบายน้ำออกสู่อ่าวไทยได้ทันท่วงที สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่การเกษตร อุตสาหกรรม และชุมชน จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 กรมชลประทานจึงได้ขับเคลื่อนแผนบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง จำนวน 9 แผนงาน เพื่อเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำจากด้านเหนือออกสู่ทะเล ลดความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจที่เกิดจากปัญหาน้ำท่วม เพิ่มความมั่นคงเรื่องน้ำเพื่อการเกษตร การอุปโภค-บริโภค
ต่อมาในปี 2568 กรมชลประทานได้มอบหมายให้ บริษัท สยาม เทค กรุ๊ป จำกัด ดำเนินการสำรวจออกแบบโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำท่าจีน ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดชัยนาท สุพรรณบุรี นครปฐมและสมุทรสาคร ซึ่งจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2569 หลังจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการเสนอแผนงบประมาณโครงการ ก่อนจะดำเนินการก่อสร้างต่อไป
นายพิเชษฐ เปิดเผยอีกว่า สำหรับผลการสำรวจออกแบบเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำท่าจีน ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 แม่น้ำท่าจีนตอนบน โดยการขุดลอกตะกอนในแม่น้ำท่าจีน บริเวณเหนือประตูระบายน้ำ 4 แห่ง ความยาว 108.60 กม. ได้แก่ 1.ด้านเหนือ ปตร.ท่าโบสถ์ ความยาว 17.40 กม. 2.ด้านเหนือ ปตร.ชลมารคพิจารณ์ ความยาว 20.70 กม. 3.ด้านเหนือ ปตร.โพธิ์พระยา ความยาว 10.50 กม. และ 4.ตั้งแต่ท้าย ปตร.โพธิ์พระยาถึงจุดบรรจบคลองพระยาบันลือ ความยาว 60 กม. ส่วนที่ 2 แม่น้ำท่าจีนตอนล่าง ประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ 1.การขุดลอกตะกอนส่วนที่ตกจมยื่นเข้ามาในแม่น้ำท่าจีน ในเขตจังหวัดนครปฐมและสมุทรสาคร จำนวน 23 แห่ง รวมความยาว 37.40 กม.
ส่วนที่ 2 การปรับปรุงขุดลอกตะกอนช่องลัดแม่น้ำท่าจีน จำนวน 4 ช่องลัด ได้แก่ 1.ช่องลัดงิ้วราย โดยการปรับปรุง ปตร.งิ้วราย โดยเพิ่ม ปตร. 1 แห่ง ขนาด 4.00 x 4.00 ม. พร้อมเครื่องสูบน้ำจำนวน 2 เครื่อง ทำกำแพงป้องกันตลิ่ง-ขุดลอกร่องน้ำเดิม ความยาว 2.30 กม. และปรับปรุงสะพานรถยนต์ 1 แห่ง 2.ช่องลัดท่าคา ทำการขุดลอก-ปรับปรุงท้อคลอง ความยาว 1.50 กม. 3.ช่องลัดบางม่วง ทำกำแพงกันดิน-ขุดลอกท้องคลอง ความยาว 4.30 กม. และ 4.ปรับปรุงคลองวัดท่ากระบือเพื่อเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำช่องลัดบางม่วง งานกำแพงกันดิน-ขุดลอก ความยาว 3.50 กม. รวมระยะทางขุดลอกท้องคลองและ 4 ช่องลัด ประมาณ 157.6 กม.
นายพิเชษฐกล่าวว่า "หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถรองรับปริมาณน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีนเพื่อระบายออกสู่ทะเลได้เต็มศักยภาพ อีกทั้งเพิ่มขีดความสามารถการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้งบริเวณพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมโยงกับคลองส่งน้ำ คลองระบายน้ำ อาคารชลประทาน แม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำสาขา รวมถึงการใช้พื้นที่หน่วงน้ำ กักเก็บน้ำเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ด้านการเกษตร การอุปโภค-บริโภค อุตสาหกรรม ท่องเที่ยว รักษาระบบนิเวศ และกิจกรรมอื่น ๆ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต กระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน สร้างรายได้อย่างยั่งยืน"
นายประพันธ์ เดือนศิริรัตน์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาสามชุก เปิดเผย ถึงสภาพปัญหาแม่น้ำท่าจีนที่ตื้นเขินโดยเฉพาะตอนบนของ ปตร.ชลมาร์คพิจารณ์ ว่า หากทำการขุดลอกท้องแม่น้ำแล้วจัสามารถรองรับปริมาณการส่งน้ำได้ไม่น้อยกว่า 250 ลบ.ม.ต่อวินาที เป็นการช่วยเพิ่มมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ว่าเมื่อเกิดปัญหาน้ำท่วม จะสามารถเร่งระบายน้ำได้เร็วขึ้น
"โครงการขุดลอกตะกอนในแม่น้ำท่าจีนจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในกรณีเกิดอุทกภัย ขณะเดียวกันการขุดลอกตะกอนก็จะช่วยเพิ่มความจุของแม่น้ำ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการน้ำช่วยเหลือเกษตรกรในหน้าแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น"นายประพันธ์ กล่าว
นายคมม์ แจ่มแจ้ง ประธานคณะกรรมการจัดการชลประทาน (JMC) โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาสามชุก กล่าวว่า ปัญหาในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องภัยแล้ง เนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำเป็นของตนเอง ต้องรับน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา การขุดลอกตะกอนนั้น นอกจากจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแล้ว ยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ช่วยลดต้นทุนการสูบน้ำของเกษตรกรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี