รฟท. จับมือ สพฉ. ลงนาม MOU ยกระดับระบบการแพทย์ฉุกเฉินและอุบัติเหตุในพื้นที่เขตรถไฟทั่วประเทศ มุ่งคุ้มครองสิทธิผู้โดยสารให้ได้รับบริการที่ทั่วถึงและเท่าเทียม

วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569

รฟท. จับมือ สพฉ. ลงนาม MOU ยกระดับระบบการแพทย์ฉุกเฉินและอุบัติเหตุในพื้นที่เขตรถไฟทั่วประเทศ มุ่งคุ้มครองสิทธิผู้โดยสารให้ได้รับบริการที่ทั่วถึงและเท่าเทียม


​วันนี้ (30 มิถุนายน 2569) นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และ ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน และผู้ประสบภัย เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย การเข้าถึงระบบการแพทย์ฉุกเฉินอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม บูรณาการความร่วมมือดูแลประชาชน ผู้โดยสาร รวมถึงบุคลากรในพื้นที่รับผิดชอบของการรถไฟฯ ทั่วประเทศ โดยมีกำหนดระยะเวลาความร่วมมือ 4 ปี ณ ห้องประชุมบุรฉัตรไชยากร สถานีกรุงเทพอภิวัฒน์
 
​นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการขนส่งทางราง เพื่อรับมือสถานการณ์วิกฤตเชิงรุก โดยจะมีการบูรณาการจัดกิจกรรมทางวิชาการ การศึกษาวิจัย รวมถึงการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุร่วมกันอย่างต่อเนื่องเสมือนจริงในทุกมิติ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยสูงสุดให้แก่ประชาชนและผู้โดยสารรถไฟทั่วประเทศ
 
​นอกจากนี้ การรถไฟฯ ได้จัดพนักงานจากฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ ฝ่ายบริการโดยสาร และฝ่ายการช่างกล เข้ารับการฝึกอบรม “หลักสูตรฉุกเฉินชุมชน” ของ สพฉ. ซึ่งเป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นการให้ความรู้และฝึกทักษะการช่วยเหลือเบื้องต้นเมื่อเกิดภาวะเจ็บป่วยฉุกเฉิน โดยพนักงานที่ผ่านการอบรมจะได้รับหนังสือรับรองอย่างเป็นทางการ เพื่อทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
​ด้าน ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า “สพฉ. มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ รฟท. ในการคุ้มครองสิทธิของผู้ป่วยฉุกเฉินให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างทั่วถึง โดย สพฉ. จะเข้ามาสนับสนุนการจัดทำมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และแนวทางปฏิบัติการฉุกเฉิน รวมถึงการบริหารจัดการระบบสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการประสานงานที่มีประสิทธิภาพ”
 
​นายอนันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า รฟท. เล็งเห็นความสำคัญและเร่งพัฒนาให้พนักงานในฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น รวมถึงสามารถใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator) ตลอดจนการเรียกใช้บริการระบบการแพทย์ฉุกเฉินได้อย่างถูกต้อง ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศให้เข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง มีคุณภาพ และได้มาตรฐาน
 
​ทั้งนี้ รฟท. และ สพฉ. มุ่งหวังว่าการบูรณาการทำงานร่วมกันในครั้งนี้ จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยบนเครือข่ายรถไฟทั่วประเทศ เพื่อสร้างความอุ่นใจให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการรถไฟไทยทุกคน ให้สามารถเข้าถึงบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม

 



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ