กรมชลประทานจัดปัจฉิมนิเทศสรุปผลการศึกษาและผลกระทบสิ่งแวดล้อมการสร้างอ่างเก็บน้ำแม่สาวเพื่อแกปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมฉับพลันอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 06 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

กรมชลประทานจัดปัจฉิมนิเทศสรุปผลการศึกษาและผลกระทบสิ่งแวดล้อมการสร้างอ่างเก็บน้ำแม่สาวเพื่อแกปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมฉับพลันอย่างยั่งยืน


นายปรัชญา ฉายวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านวางแผน) กรมชลประทาน เปิดเผยถึงข้อสรุปการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการอ่างเก็บน้ำแม่สาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีหัวงานอยู่ที่ หมู่ 15 บ้านโป่งไฮ ต.แม่สาว อ.แม่อาย ว่า ที่ผ่านมาได้ข้อสรุปสำคัญใน 3 มิติหลัก ประกอบด้วย มิติด้านวิศวกรรม โครงการอ่างเก็บน้ำแม่สาวได้ข้อสรุปในการก่อสร้างว่าจะเป็นเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียว โดยตัวเขื่อนจะมีความสูงสูงสุด 63 เมตร ความยาวสันเขื่อน 388 เมตร ซึ่งเป็นโครงสร้างที่มั่นคงแข็งแรงและเหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ และสามารถกักเก็บน้ำได้สูงสุด 14.70 ล้าน ลบ.ม.

ในขณะที่มิติด้านการบริหารจัดการน้ำ จะสามารถกักเก็บน้ำได้สูงสุด 14.70 ล้านลบ.ม. ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นแหล่งน้ำต้นทุนในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยควบคุมการระบายน้ำผ่านอาคารท่อส่งน้ำขนาด 2.00 เมตร และมีอาคารทางระบายน้ำล้น (Spillway) แบบบานระบายโค้ง 2 ช่อง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการบริหารจัดการน้ำทั้งในฤดูแล้งและฤดูฝน

สำหรับมิติด้านการลงทุนนั้น โครงการนี้มีมูลค่าการลงทุนในส่วนของงานก่อสร้างรวมทั้งสิ้นประมาณ 1,171.59 ล้านบาท โดยมีกรอบระยะเวลาในการดำเนินงานก่อสร้างรวม 5 ปี หลังได้รับอนุมัติงบประมาณ
 เป้าหมายสูงสุดของโครงการ คือ การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวอำเภอแม่อายอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ใน 3 ด้าน ประกอบด้วย สร้างความมั่นคงด้านน้ำ บรรเทาอุทกภัยและน้ำท่วมฉับพลัน และ ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน

ปัจจุบัน ต.แม่สาวประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรงในฤดูแล้งช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปี โดยมีความต้องการใช้น้ำสูงถึง 17.33 ล้าน ลบ.ม./ปี แต่ปริมาณน้ำต้นทุนธรรมชาติไม่เพียงพอ โดยอ่างเก็บน้ำแม่สาวจะช่วยเพิ่มพื้นที่รับประโยชน์รวมถึง 15,431 ไร่ โดยจะช่วยเติมน้ำให้กับระบบส่งน้ำเดิมฝายแม่สาวและน้ำแม่สาว ทำให้เกษตรกรและราษฎรมีน้ำอุปโภคบริโภค ทำการเกษตร และปศุสัตว์ได้อย่างมั่นคงตลอดปี

ส่วนการบรรเทาอุทกภัยและน้ำท่วมฉับพลันนั้น เนื่องจากภูมิประเทศของ อ.แม่อายเป็นภูเขาสูงโอบล้อม เมื่อฝนตกหนักมักเกิดปัญหาน้ำป่าไหลหลากลงสู่ที่ราบลุ่มอย่างรวดเร็วเกินกว่าลำน้ำจะรับได้ อ่างเก็บน้ำแม่สาวจะทำหน้าที่เป็นปราการด่านแรกในการช่วยชะลอและกักเก็บน้ำป่าจากต้นน้ำ ลดความสูญเสียต่อบ้านเรือนและพื้นที่ทำกินของประชาชน

เมื่อสามารถควบคุมได้ทั้งน้ำแล้งและน้ำท่วม พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ซึ่งมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ จะสามารถวางแผนการเพาะปลูกได้อย่างมั่นคง เกิดการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

“ขอเน้นย้ำและให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนทุกท่านว่า 'กรมชลประทานยึดถือประโยชน์และความเด็ดขาดบนความถูกต้องเป็นหลัก' โดยโครงการนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากความเดือดร้อนและเสียงสะท้อนของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริงตั้งแต่ปี 2560 ตลอดระยะเวลาการศึกษาที่ผ่านมา กรมชลประทานให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์ มวลชนสัมพันธ์ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการดำเนินงานโครงการอ่างเก็บน้ำแม่สาว จังหวัดเชียงใหม่ โดยดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาศึกษาโครงการ เพื่อเผยแพร่และสร้างความเข้าใจในข้อมูลโครงการ พร้อมทั้งรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ให้เกิดความสอดคล้องกัน และเป็นที่ยอมรับของประชาชน โดยมีการดำเนินงานกิจกรรมการมีส่วนร่วม ทั้งสิ้น 8 ครั้ง ดังนั้น ทุกข้อกังวลใจ ทุกข้อสงสัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่ดินหรือผลกระทบต่าง ๆ ได้ถูกนำมาพิจารณาในกระบวนการวางแผนทั้งหมด และจะมีมาตรการเยียวยาดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และดีที่สุด ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่าโครงการจะสร้างประโยชน์สุขให้แก่องค์รวมอย่างสูงสุด” นายปรัชญา กล่าว

นายปรัชญา กล่าวต่อไปว่า เนื่องจากพื้นที่ศึกษาโครงการบางส่วนตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 กรมชลประทานจึงตระหนักถึงความสำคัญในข้อนี้เป็นอย่างดี และได้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดโดยการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับแนวทางแก้ไขและลดผลกระทบ ได้จัดทำ แผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงแผนติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIMP) ไว้อย่างเป็นระบบ ซึ่งครอบคลุมทั้งในช่วงระยะเตรียมการก่อสร้าง ระยะก่อสร้าง 5 ปี และระยะดำเนินการยาวต่อเนื่อง 50 ปี มาตรการเหล่านี้จะควบคุมทั้งเรื่องการดูแลระบบนิเวศต้นน้ำ การป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน การควบคุมคุณภาพน้ำ และการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมรอบพื้นที่หัวงาน เพื่อให้มั่นใจว่าการพัฒนาแหล่งน้ำและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจะสามารถเดินหน้าควบคู่กันไปได้อย่างยั่งยืน

สำหรับกระบวนการหลังเสร็จสิ้นการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการในวันนี้ เพื่อสรุปผลการศึกษาทั้งหมดร่วมกับสื่อมวลชนและประชาชนแล้ว กระบวนการถัดไปกรมชลประทานจะเร่งรัดขับเคลื่อนโครงการตามขั้นตอนและระเบียบวาระของทางราชการอย่างเป็นระบบ ดังนี้

การอนุมัติรายงานสิ่งแวดล้อม กรมชลประทานจะนำรายงานผลการศึกษาความเหมาะสมและเล่ม EIA เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ เมื่อผ่านความเห็นชอบด้าน EIA แล้ว กรมชลประทานจะเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติเปิดโครงการ และ อนุมัติกรอบงบประมาณลงทุนรวม 1,177.74 ล้านบาท สำหรับการจัดหาที่ดินและเตรียมการก่อสร้างนั้น ขะดำเนินการสำรวจ ปักหลักเขต และ จ่ายค่าชดเชยทรัพย์สินที่ดินให้กับผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม

“ส่วนการบริหารงานก่อสร้าง จะดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและเข้าทำการก่อสร้างตามแผนงานวิศวกรรมที่วางไว้ 5 ปี โดยผมจะกำกับดูแลให้การก่อสร้างเป็นไปตามมาตรฐาน ปลอดภัย และเสร็จสิ้นตามกรอบเวลา เพื่อส่งมอบความมั่นคงด้านน้ำให้แก่พี่น้องชาวแม่อายโดยเร็วที่สุด” นายปรัชญากล่าว

นายปรัชญา กล่าวด้วยว่า “งานชลประทานเรื่องสำคัญตคือการพัฒนาแหล่งน้ำเพิ่มพื้นที่ชลประทานอันนี้เป็นยุทธศาสตร์อยู่แล้ว อ่างเก็บน้ำแม่สาวเกิดจากความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ได้มีการร้องขอไปตามลำดับและได้มีการถวายฏีการ้องขอ  ทางกรมชลประทานได้สนองความต้องการโดยเข้ามาศึกษาตามขั้นตอน ในครั้งนี้เป็นการศึกษาเต็มระบบ ขณะนี้การศึกษาใกล้จะจบแล้วและเราก็เข้ามาชี้แจงให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ  บทสรุปจากการศึกษาคือ เราจะทำการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่บ้านโป่งไฮ ต.แม่สาว มีความจุ 14.7 ล้าน ลบ.ม. เหนือฝายแม่สาว เพิ่มความมั่นคงทางชลประทาน กระจายน้ำให้ทั่วถึง ขณะเดียวกันก็จะมีส่วนช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยที่เกิดจากน้ำป่าไหลหลาก  และเก็บกักน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง โดยจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 5 ปี”

นายพรมงคล ชิดชอบ ผู้อำนวยการกองพัฒนาการบริหารจัดการน้ำและการมีส่วนร่วม กรมชลประทาน โครงการนี้เกิดจากการร้องขอของประชาชนในพื้นที่ซึ่งมีสาเหตุจากความขัดแย้งในพื้นที่ระหว่างชาวสวนส้มที่อยู่ต้นน้ำกับชาวนาที่ปลายน้ำ  ในการศึกษาผลกระทบเบื้องต้นไม่ใคร่จะได้รับความร่วมมือจากพี่น้องตอนบนเพราะเป็นผู้ได้รับลกระทบโดยตรง  แต่เมื่ออธิบายให้เข้าใจถึงประโยชน์ที่จะได้รับร่วมกัน  โดยเฉพาะค่าชดเชย ก็ได้รับความร่วมมือและยินดีที่จะให้สร้างอ่างเก็บน้ำแม่สาวเป็นอย่างดี

นายสมศักดิ์ เขื่อนแก้ว เลขานุการกลุ่มบริหารจัดการน้ำชลประทานฝ่ายแม่สาว ต.แม่สาว อ.แม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยง่า เมื่อปี 2558-2559 เกิดภัยแล้งมาก เกษตรกรส่วนใหญ่ที่เป็นชาวนาเกิดความขัดแย้งกับเกษตรกรสวนส้มมาก กรมชลประทานได้แนะนำให้มีการประชุมเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ดีใจมากที่จะได้ลดความขัดแย้งในพื้นที่  ขณะเดียวกันก็จะลดปัญหาอุทกภัยน้ำไหลหลาก ซึ่งเมื่ออ่างเสร็จแล้วเราก็จะสามารถเพิ่มผลผลิต มีแหล่งท่องเที่ยว ทำให้ความเป็นอยู่ของพี่น้องในพื้นที่ดีขึ้น



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ