นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันความต้องการในองค์กรขนาดใหญ่ ไม่ว่า จะเป็นหน่วยงานราชการหรือบริษัทเอกชน หรือแม้แต่ธุรกิจรับพิมพ์ เอกสารจะเลือกพิมพ์งานในปริมาณมากด้วย เลเซอร์พรินเตอร์หรือผ่านเครื่องถ่ายเอกสาร เพราะยังเชื่อว่าพิมพ์งานได้เร็ว คุณภาพดี และต้นทุนต่อแผ่นไม่แพง ดังนั้น ทางเอปสันต้องการเปลี่ยนความคิดในการใช้พรินเตอร์ ด้วยมัลติฟังก์ชั่นอิงค์เจ็ทพริ นเตอร์ความเร็วสูงสำหรับองค์กร ขนาดใหญ่รุ่นใหม่ตระกูล WorkForce ที่ใช้เทคโนโลยีหัวพิมพ์ไมโครปิเอโซของเอปสัน
ล่าสุด ได้เปิดตัว WorkForce Enterprise WF-C20590 และ WF-C17590 เป็นมัลติฟังก์ชั่นอิงค์เจ็ทพริ นเตอร์ความเร็วสูง ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการพิ มพ์ปริมาณมากใน องค์กรขนาดใหญ่โดยเฉพาะ สามารถพิมพ์ทั้งสีและขาวดำได้ เร็วเท่ากันถึง 100 แผ่น/นาที ในรุ่น WF-C20590 และ 75 แผ่น/นาที สำหรับรุ่น WF-C17590 ด้วยต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นที่ ประหยัดและคุ้มค่ากว่าเลเซอร์ พรินเตอร์และเครื่องถ่ายเอกสาร โดยพิมพ์ขาวดำถูกกว่า 26% และพิมพ์สีถูกกว่าถึง 300% ทั้งยังรองรับประเภทงานพิมพ์ที่ หลากหลายภายในองค์กร ทั้งบนกระดาษขนาด A3 กระดาษหนาพิเศษ 350 แกรม และกระดาษยาวต่อเนื่องถึง 120 เซนติเมตร นอกจากนี้ เอปสันยังเปิดตัว WorkForce Pro WF-C869R มัลติฟังก์ชั่นอิงค์เจ็ทพรินเตอร์สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีอีกด้วย
ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะเสริมทัพสินค้าในกลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ ความเร็วสูงสำหรับองค์ กรขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการที่ หลากหลายขององค์กรในแต่ ละประเภทธุรกิจและในงบประมาณที่ แตกต่างกัน โดยยังชูจุดเด่นที่ความคุ้มค่าในการลงทุนที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับเลเซอร์พรินเตอร์และเครื่องถ่ายเอกสาร นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจะสร้างพาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายกลุ่มใหม่ เพื่อเน้นเจาะตลาดองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ธุรกิจปล่อยเช่า เครื่องถ่ายเอกสาร ร้านศูนย์ถ่ายเอกสาร รวมไปถึงกลุ่มสถาบันศึกษา และหน่วยงานราชการ พร้อมกับให้การรับ ประกันเครื่องแบบ on-site service ระยะเวลา 1 ปี ซึ่งลูกค้าสามารถขยายระยะเวลาคุ้มครองได้นานถึง 5 ปี เพื่อนำสินค้าของเอปสันสอดแทรกเข้าไปในตลาดให้เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าสำหรับผู้บริโภค และเพื่อทดแทนเลเซอร์พรินเตอร์ รวมถึงเครื่องถ่ายเอกสารที่ยังใช้อยู่ในองค์กรธุรกิจต่างๆ ได้
สำหรับ ครึ่งปีที่ผ่านมา ตลาดรวมพรินเตอร์โดยรวมยังคงอยู่ที่ 15,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะโตขึ้น 1-2% เพราะเอปสันเองก็เติบโตกว่าตลาดได้ถึง 5% เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ โดยสินค้ากลุ่มเลเซอร์พรินเตอร์ที่เป็นตัวเล็กมีอัตราเติบโตลดลง 8-10% เพราะปัจจุบันรายได้หลักของพรินเตอร์และเครื่องถ่ายเอกสารต้องเน้นธุรกิจรายใหญ่ Enterprise แต่ตลาดเลเซอร์พรินเตอร์ยังคงครองตลาดอยู่ โดยเอปสันเองในปีนี้คาดหวังส่วนแบ่งการตลาดแค่ 5% ก่อน