SME D Bank โชว์ ผลงานปี 68 หนุนเอสเอ็มอีทะลุ 7.9 หมื่นล้านบาท บริหาร NPLs ต่ำสุดเหลือ 7.9% ลุยต่อปี 69 มุ่ง“พัฒนาคู่เติมทุน” ผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อสำคัญ อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี

SME D Bank เผยผลดำเนินงานปี 68 สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ ยอดเยี่ยมที่สุดนับแต่ก่อตั้งธนาคารมา 23 ปี  ช่วยเติมทุนหนุนเอสเอ็มอีทะลุ 7.9 หมื่นล้านบาท ควบคู่บริหาร NPLs มีประสิทธิภาพ เหลือต่ำสุดเพียง 7.9% โดยเป็น NPLs หลังออกจากแผนฟื้นฟูเพียง 2.69% เท่านั้น ขณะที่พัฒนาผู้ประกอบการได้มากกว่า 20,000 ราย ปักธงปี 69 มุ่งยกระดับพลิกโฉมเอสเอ็มอี โดยเฉพาะรายเล็ก ด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม AI ช่วยเพิ่มขีดความสามารถ ก้าวข้ามทุกความท้าทาย และเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน เป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทย 

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของ SME D Bank ในปี 2568 เกิดประสิทธิภาพชัดเจน  สามารถสร้างสถิติใหม่ (New High) พาเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนรวมกว่า 79,043 ล้านบาท ถือเป็นยอดสูงที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งธนาคารมากว่า 23 ปี โดยสอดคล้องเป็นไปตามพันธกิจของธนาคารที่มุ่งเน้นสนับสนุนผู้ประกอบการรายใหม่และขนาดเล็ก วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 15 ล้านบาท สูงถึงกว่า 70% ของการเติมทุนทั้งหมด ช่วยสร้างประโยชน์ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยกว่า 362,010 ล้านบาท รักษาการจ้างงานประมาณ 620,360 ราย สวนทางกับแนวโน้มสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีในระบบ ที่ติดลบต่อเนื่องมา 13 ไตรมาส ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้าง (Outstanding) ของธนาคาร ขยายตัวอยู่ที่กว่า 99,564 ล้านบาท เติบโต 0.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (2567)

อีกทั้ง ยังให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอีประคับประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นจากสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้วยมาตรการต่างๆ   เช่น พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยแก่เอสเอ็มอีประสบมหาอุทกภัยภาคเหนือและภาคใต้ โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” เป็นต้น จำนวนรวมประมาณ 32,900 ราย ขณะเดียวกัน บริหารจัดการสินเชื่อไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดลงเหลือเพียงประมาณ 7.9% ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์นับแต่ก่อตั้งเช่นกัน หากแยกเป็น NPLs หลังออกจากแผนฟื้นฟู เมื่อปี 2558 ยอด NPLs จะมีเพียง 2.69% เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีโดยรวมเสียอีก อีกทั้ง ให้ความสำคัญด้านบริหารความเสี่ยง ด้วยการตั้งสำรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานะ NCR (NPL Coverage Ratio) หรืออัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ สูงถึงประมาณ 154% สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง และมีเสถียรภาพทางการเงินของธนาคาร

ขณะเดียวกันช่วย “พัฒนา” เพิ่มศักยภาพให้เอสเอ็มอี มากกว่า 20,000 ราย ผ่านกิจกรรมออนไซต์ต่อเนื่องตลอดทั้งปี ช่วยยกระดับ สร้างมาตรฐาน ขยายตลาด เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย เช่น อบรมหลักสูตรมาตรฐานบัญชีเดียว การเตรียมพร้อมสู่แหล่งทุน นำผู้มีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์ หรือ Influencer ช่วยรีวิวและขายสินค้าให้ลูกค้าธนาคาร  แนะนำเปิดหน้าร้านบนแพลตฟอร์มชอปปิ้งออนไลน์ พาจับคู่ธุรกิจ และเปิดพื้นที่ ฟรี ให้เอสเอ็มอีมาขายสินค้าเป็นประจำทุกเดือน เป็นต้น ควบคู่เสริมแกร่งผ่านออนไลน์ ด้วยแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มพัฒนาธุรกิจครบวงจรที่ธนาคารพัฒนาขึ้น ใช้บริการได้สะดวกสบาย ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชม. โดยมียอดสมาชิกสะสม ตั้งแต่เริ่มเปิดบริการเมื่อปี 2567 ถึงปัจจุบัน ประมาณ 46,000 ราย

นายพิชิต กล่าวเสริมว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา เอสเอ็มอีไทยต้องเผชิญความท้าทายมากมาย เช่น ภัยพิบัติธรรมชาติ มาตรการภาษีสหรัฐฯ การล้นทะลักของสินค้าต่างประเทศ และสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา เป็นต้น ส่งผลให้สถาบันการเงิน โดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์ กังวลความเสี่ยง เข้มงวดการปล่อยกู้แก่ภาคธุรกิจ ทำให้เอสเอ็มอียากจะเข้าถึงแหล่งทุนในระบบ ต่างจาก SME D Bank ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ที่พร้อมช่วยเหลือเอสเอ็มอีเสมอในทุกสถานการณ์ ผ่านแนวทาง “พัฒนาคู่เติมทุน” หมายถึง ให้บริการด้านการเงินที่เหมาะสม ด้วยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจ ตรงความต้องการ และสอดคล้องกับสถานการณ์ อีกทั้ง นำคำแนะนำจากลูกค้าตัวจริงเสียงจริงมาพัฒนากระบวนการ และใช้เทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวกเข้าถึงแหล่งทุน ควบคู่ช่วยพัฒนาเสริมศักยภาพธุรกิจเสมอ  ทั้งด้าน Upskill Reskill ส่งเสริมการตลาดเชิงรุก และที่สำคัญ คือ บุคลากรของ SME D Bank ทุกระดับประสานพลังเป็นหนึ่งเดียว โดยมีเป้าหมายตรงกันที่จะช่วยเหลือเอสเอ็มอีไทยให้อยู่รอด และไปต่อได้อย่างยั่งยืน ทำให้ผลการดำเนินงานของ SME D Bank ในปีที่ผ่านมา มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง

สำหรับแนวทางการดำเนินงานของ SME D Bank ในปีนี้ (2569) นายพิชิต ระบุว่า ธนาคารมุ่งมั่นเป็นกลไกสำคัญของภาครัฐ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ผ่านบทบาทการเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาเอสเอ็มอีให้เติบโตอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีใน 3 อุตสาหกรรมหลักที่เป็นอนาคตของเศรษฐกิจไทย ได้แก่ อาหาร  สุขภาพ และเกษตรแปรรูป ให้สามารถยกระดับปรับเปลี่ยนพัฒนาสู่ธุรกิจใหม่ ด้วยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม มาตรฐาน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเพิ่มศักยภาพธุรกิจ พัฒนาสู่การเป็นเอสเอ็มอีที่มีคุณภาพ แข่งขันได้ทั้งในและต่างประเทศ เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน เป็นกำลังสำคัญสร้างระบบเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ “ด้านการเงิน” จัดเตรียมบริการสอดคล้องกับพันธกิจธนาคารที่มุ่งสนับสนุนเอสเอ็มอีรายใหม่ขนาดเล็กให้เข้าถึงแหล่งทุนผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อสำคัญ อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี วงเงินรวมกว่า 20,000 ล้านบาท ตอบโจทย์นำไปลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ หรือหมุนเวียนเสริมสภาพคล่อง ช่วยยกระดับธุรกิจ ได้แก่ โครงการ “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน  วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน , โครงการ “สินเชื่อ Beyond ติดปีก SME” มุ่งเพิ่มศักยภาพยกระดับธุรกิจ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท และ “สินเชื่อ SME Green Productivity” สนับสนุนเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท

ควบคู่กับ “ด้านการพัฒนา” ผ่านโปรแกรมพัฒนาทั้งออนไซต์และออนไลน์ที่เข้มข้นและเชิงลึก เน้นเสริมศักยภาพธุรกิจเอสเอ็มอี ให้ก้าวทันโลกยุคดิจิทัล พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว ทันเทรนด์เทคโนโลยี AI การเงินเชิงกลยุทธ์ และโอกาสเจาะตลาดใหม อีกทั้ง ช่วยทำตลาดเชิงรุก นอกจากนั้น ยังให้ความสำคัญ ในการดูแลลูกค้ากลุ่มเปราะบาง (Special Mention : SM) ด้วยการติดตามดูแลช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด สอบถามก่อนเกิดปัญหา และช่วยบ่มเพาะเพิ่มศักยภาพ สร้างโอกาสให้ธุรกิจกลับมาเดินหน้าต่อไปได้ดีในอนาคต

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

เซ็นทรัล รีเทล ผนึกภาครัฐและเอกชนเวียดนาม ลงทุนการท่องเที่ยวสองประเทศ จัดงาน “Vietnamese Week in Thailand 2026” ฉลอง 50 ปีมิตรภาพไทย-เวียดนาม

นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ President กลุ่มเซ็นทรัล และเซ็นทรัล รีเทล ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เปิดงาน Vietnamese...

แสนสิริ ผนึก ฑีฆาก่อสร้าง และกลุ่มพันธมิตรลุยบิ๊กแคมเปญ “สร้าง ส่ง สุข” ต่อเนื่อง ปั้นโมเดล ‘ระบบนิเวศการเรียนรู้ยั่งยืน’ ยกระดับคุณภาพชีวิตเยาวชนไทย

ตอกย้ำภาพลักษณ์องค์กรที่เติบโตควบคู่ไปกับสังคมอย่างยั่งยืน แสนสิริ ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลสิ่งแวดล้อม การพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน หรือการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ในปีนี้ ดีกรีความเข้มข้นถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ผ่านแคมเปญล่าสุด “สร้าง ส่ง สุข...

แสนสิริ เปิดตัว “บุราสิริ เวลล์ กรุงเทพกรีฑา” มูลค่า 6 พัน ล้านบาท บ้านเดี่ยว ‘Luxury Well-Living’ แห่งแรก ติดถนนใหญ่ฝั่งขาเข้าเมืองไร้คู่แข่ง ในระดับราคา 23–50 ล้านบาท

บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีของไทย เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี...

ซูเลียน ปักหมุด “ศาลายา” เปิดเอเจนซี่แห่งใหม่ ขยายพลังเครือข่าย สร้างโอกาสทางธุรกิจ ต่อยอดการเติบโตสู่ตลาดศักยภาพ

บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าขยายความแข็งแกร่งของเครือข่ายธุรกิจเปิด “ซูเลียน ศาลายารุ่งเรือง เอเจนซี่ (SKE)” อย่างเป็นทางการ ณ...