การบินไทย เดินหน้าปฏิรูปฝูงบินและผลิตภัณฑ์ครั้งใหญ่ หลังกลับมาสร้างกำไรต่อเนื่อง ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันและสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดย “ชาย เอี่ยมศิริ” ซีอีโอ การบินไทย ระบุว่า จุดแข็งสำคัญในเวลานี้คือ การมีสภาพคล่องเงินสดในระดับสูง ทำให้บริษัทไม่จำเป็นต้องเข้าสู่สงครามราคาเพื่อเร่งดึงเงินสดเข้าบริษัท
สะท้อนจากผลการดำเนินงาน ไตรมาส 2/2569 ที่ทำกำไรได้มากกว่า 1,500 ล้านบาท แม้เป็นช่วงที่อัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Cabin Factor) ปรับลดลงตามฤดูกาล แต่รายได้ต่อผู้โดยสาร (Yield) ยังอยู่ในระดับสูง
“เครื่องบินใหม่” ต้องรอ 5-10 ปี THAI เลือกปรับเกมด้วยความยืดหยุ่น
การบินไทยมองว่า อุตสาหกรรมการบินยังเผชิญข้อจำกัดด้านซัพพลายเครื่องบิน โดยการสั่งซื้อเครื่องบินใหม่ในปัจจุบันต้องรอคิวส่งมอบหลายปี ขณะที่ Boeing 777X หากสั่งซื้อวันนี้อาจต้องรอถึง 10 ปี ส่วน Boeing 777-300ER หรือ Boeing 787 ต้องรอเกือบ 5 ปี
ทำให้การบริหารฝูงบินไม่สามารถเปลี่ยนแผนได้รวดเร็วเหมือนสินทรัพย์ประเภทอื่น การบินไทยจึงเน้น “ความยืดหยุ่น + บริหารเงินสด + ปรับตัวให้ทันตลาด” เป็นหัวใจสำคัญ
ที่ผ่านมา THAI ลดความซับซ้อนของฝูงบิน จากเดิมกว่า 102 ลำหลายรุ่น เหลือการมุ่งสู่เครื่องบิน New Generation โดยเครื่องบินหลักในอนาคตจะเป็น Airbus A350, Boeing 777-300ER และ Boeing 787 Family
ด้านฝูงบินลำตัวแคบ Airbus A321 ปัจจุบันมี 9 ลำ ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 15 ลำภายในสิ้นปีนี้ และวางเป้าหมายฝูงบิน A321 รวม 32 ลำในอนาคต ขณะที่ฝูงบินระยะไกลจะมี Boeing 787-9 และ 787-10 เข้ามาเสริม
ทุ่มลงทุน “เปลี่ยนห้องโดยสาร 86 ลำ” ยกระดับประสบการณ์ใหม่ทั้งฝูงบิน
ไฮไลท์สำคัญคือ การบินไทยเตรียมลงทุนปรับปรุงห้องโดยสารใหม่บนเครื่องบินลำตัวกว้าง 86 ลำ ทั้งฝูงบินเดิมและ Boeing 787 ใหม่ เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันทั้งฝูงบิน หรือ Product Consistency
จุดเด่นของห้องโดยสารใหม่ ได้แก่
– Premium Business Class แถวหน้าสุด เพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยประตูสไลด์
– หน้าจอความบันเทิงขนาดใหญ่ 32 นิ้ว ระดับ 4K พร้อม Bluetooth
– พื้นที่ปลายเท้าเปิดกว้าง พร้อม Ottoman ให้ความรู้สึกใกล้เคียงชั้นหนึ่ง
– Business Class แถวถัดไป เพิ่มพื้นที่ใช้สอยและหน้าจอ 24 นิ้ว
– เพิ่ม Premium Economy ประมาณ 28 ที่นั่ง พร้อมหน้าจอ 16 นิ้ว
– Economy Class เปลี่ยนเก้าอี้โดยสารใหม่
– เพิ่ม Self-Service Bar ให้ผู้โดยสารหยิบเครื่องดื่มและของว่างได้เอง
– ดีไซน์ใหม่โทน Dark Purple พร้อม Mood Lighting
การออกแบบห้องโดยสารใหม่มีความคืบหน้าแล้วกว่า 90% และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบเครื่องบินที่ปรับปรุงแล้วและให้บริการผู้โดยสารได้ตั้งแต่ กลางปี 2027
จาก “เอาตัวรอด” สู่การลงทุนระยะยาว
การบินไทยระบุว่า ในช่วงฟื้นฟูที่ผ่านมา บริษัทจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้และเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินก่อน แม้เครื่องบินบางส่วนและผลิตภัณฑ์เดิมอาจมีข้อจำกัด
แต่เมื่อฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น บริษัทจึงขยับเข้าสู่เฟสใหม่ ด้วยการลงทุนยกระดับทั้ง Fleet + Cabin + Service
ระหว่างรอฮาร์ดแวร์ใหม่ การบินไทยจะเร่งพัฒนา Soft Service ทั้งการบริการของลูกเรือ อาหาร และเครื่องดื่ม เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสารให้ได้มากที่สุด
โจทย์ใหญ่ของ THAI จากนี้ จึงไม่ใช่แค่ “มีเครื่องบินบิน” แต่คือการสร้างฝูงบินที่มีมาตรฐานเดียวกัน พร้อมผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม และรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน เพื่อรับมือความผันผวนของอุตสาหกรรมการบินโลกในระยะยาว


