กบข. ชี้สังคมอายุยืนเป็นโจทย์ใหญ่ของโลก หนุนออมเร็ว-ลงทุนเหมาะสม ผลักดันออมต่อ ให้เงินทำงานหลังเกษียณ สู่ Lifetime Partner ของสมาชิก

กบข. ชี้หลายประเทศเจอโจทย์ใหญ่ คนแก่เพิ่มขึ้น และมีอายุยืนขึ้น ควรกระตุ้นประชาชนออมให้เร็ว วางแผนการเงินวัยเกษียณ ด้านแผนงาน กบข. ปรับเกมให้รู้จักสมาชิกมากขึ้น ผลักดันให้เงินออมทำงานต่อหลังเกษียณ สู่เป้าหมายเป็น Lifetime Partner ตลอดช่วงชีวิตของสมาชิก

ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ร่วมเสวนาในหัวข้อ “Demographics & Development: Aging Well in a Changing World” จัดโดยรัฐบาลญี่ปุ่น เวทีคู่ขนานการประชุมประจำปี 2569 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) โดยระบุว่า ไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนประมาณ 20% ของประเทศ ส่งผลต่อความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณและภาระทางการคลังในอนาคต จึงจำเป็นต้องเร่งส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มสมาชิก กบข. กว่า 2 แสนรายกำลังเข้าสู่วัยเกษียณในอีก 10 ปีข้างหน้า

โดยการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ควรปรับมุมมองสร้างคุณภาพชีวิตในสังคมอายุยืน (Longevity Society) ประชาชนสามารถใช้ชีวิต ทำงาน และมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจได้ยาวนานขึ้น ซึ่งหลายประเทศที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาระบบการออมระยะยาวตั้งแต่วัยแรงงาน ภายใต้หลักการออมให้เร็ว ออมให้เพียงพอ และลงทุนอย่างเหมาะสม เพราะเวลาเป็นปัจจัยสำคัญของการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต

ส่วน กบข. มุ่งยกระดับการดูแลสมาชิกผ่านการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี เพื่อทำความเข้าใจความต้องการของสมาชิกแต่ละกลุ่ม ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินจากหลายแหล่ง (Financial Data Ecosystem) ร่วมกับการประยุกต์ใช้ AI เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมและออกแบบแผนการออมและการลงทุนเฉพาะบุคคล (Segmentation & Persona) ให้สอดคล้องกับพฤติกรรม เป้าหมายทางการเงิน และระดับความเสี่ยงของสมาชิกแต่ละราย ควบคู่กับการผลักดันการแก้ไขกฎหมาย กบข. ให้อดีตสมาชิกสามารถนำเงินกลับมาให้ กบข. บริหารต่อได้ เป็นแนวทางเปลี่ยนเงินออมเพื่อการเกษียณให้เป็นรายได้ที่ยั่งยืนตลอดช่วงชีวิต

“บทบาทของ กบข. ไม่ควรสิ้นสุดลงในวันที่สมาชิกเกษียณอายุราชการ แต่จะเป็น Lifetime Partner ตลอดช่วงชีวิตของสมาชิก ช่วยให้เงินออมยังคงทำงานและสร้างผลตอบแทนต่อเนื่อง สร้างรายได้ที่มั่นคงเพียงพอรองรับการใช้ชีวิตของการมีอายุที่ยืนขึ้น” ดร.ศรพล กล่าว

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ทช.เร่งสร้างสะพานข้ามอ่างลำปาว 836 ล้าน คืบหน้า 31% ร่นทางสหัสขันธ์–สามชัย 21 กม. คาดเสร็จปี 71

กรมทางหลวงชนบทเดินหน้าก่อสร้างสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาว จ.กาฬสินธุ์ คืบหน้าแล้วกว่า 31% เร็วกว่าแผน ลงทุน 836 ล้านบาท เชื่อม...

รถ Nissan รุ่นไหนดี? เทียบ 5 รุ่นยอดนิยม เหมาะกับใคร

ถ้าถามว่ารถ Nissan รุ่นไหนดี คำตอบคงไม่เหมือนกันทุกคน เพราะคนที่ขับไปทำงานในเมืองทุกวันกับบ้านที่นั่งกัน 5-7 คน ย่อมมองหารถคนละแบบ เช่นเดียวกับคนที่ต้องใช้รถบรรทุกของหรือเดินทางต่างจังหวัดเป็นประจำ ก่อนเลือก...

ขสมก. ปั้นทัพรถเมล์พลังงานสะอาด 3,000 คัน! มุ่งเปลี่ยนกรุงเทพฯ สู่เมืองสีเขียว

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เดินหน้าปรับโฉมระบบขนส่งสาธารณะ วางแผนจัดหารถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV) จำนวน 2,320 คัน และรถโดยสาร...

บีทีเอส จับมือ MTEC ลงนามบันทึกข้อตกลงด้านการวิจัย และพัฒนา เพื่อยกระดับการซ่อมบำรุง และการเดินรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเมือง

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และดร.เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์...

น้ำลด แต่ความห่วงใยไม่ลด : ซีพีเอฟเดินหน้าจากมื้ออาหาร สู่การร่วมฟื้นฟูชุมชน

เมื่อน้ำที่เคยท่วมขังเริ่มลดลง ภารกิจของคนในชุมชนยังคงดำเนินต่อ ทั้งการจัดการสภาพแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบ การฟื้นฟูแหล่งน้ำและพื้นที่ทำกิน ตลอดจนการทำความสะอาดบ้านเรือนให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ การสนับสนุนในช่วงเวลานี้จึงไม่ได้มีเพียงสิ่งของจำเป็น แต่ยังรวมถึงความร่วมมือที่ช่วยให้ผู้คนค่อยๆ ตั้งหลักและเดินหน้าต่อได้ ซีพีเอฟร่วมสนับสนุนการฟื้นฟูหลังน้ำท่วมในหลายมิติ ทั้งการดูแลสภาพแวดล้อมของชุมชน...