คปภ. ประกาศผล “OIC InsurTech Award 2026” เฟ้นหาสุดยอดนวัตกรรมประกันภัย รับมือความเสี่ยงโลกอนาคต พร้อมดันผลงานต่อยอดสู่ตลาดจริง

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) โดยสายสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง กลุ่มงานนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการประกันภัย (Center of InsurTech, Thailand : CIT) จัดการประกวดนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการประกันภัย OIC InsurTech Award 2026 รอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569    ณ ห้องประชุมสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง ชั้น 2 สำนักงาน คปภ. โดยได้รับเกียรติจาก นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานการแข่งขันและมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวด เพื่อเฟ้นหาและผลักดันนวัตกรรม InsurTech ที่มีศักยภาพในการตอบโจทย์ความเสี่ยงแห่งอนาคต และต่อยอดสู่การใช้งานจริงในอุตสาหกรรมประกันภัยไทย

OIC InsurTech Award 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “InsurTech Ready for the Future’s Emerging Risks : ก้าวข้ามขีดจำกัด รับมือความเสี่ยงอุบัติใหม่ในโลกอนาคต” เปิดพื้นที่ให้นิสิต นักศึกษา คนรุ่นใหม่ นักพัฒนา Tech Firm และ Startup นำเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์มาพัฒนาโซลูชันรองรับ 4 ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ความเสี่ยงภัยอุบัติใหม่    ความเสี่ยงจากสังคมสูงวัย ความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และความเสี่ยงจากยุคดิจิทัล โดยมุ่งส่งเสริมผลงานที่มีทั้งความโดดเด่น    ด้านนวัตกรรม ความเป็นไปได้ทางธุรกิจ และศักยภาพในการนำไปใช้งานจริง โดยปีนี้โครงการได้รับความสนใจจากนิสิต/นักศึกษา นวัตกร และนักพัฒนาทั่วประเทศ กว่า 500 ทีม ก่อนผ่านกระบวนการคัดเลือกและบ่มเพาะหลายขั้นตอน ตั้งแต่การพัฒนาแนวคิด โซลูชัน ต้นแบบ และแนวทางธุรกิจอย่างเข้มข้น จนเหลือ 10 ทีมสุดท้าย แบ่งเป็นประเภทนิสิต/นักศึกษา 5 ทีม และประเภทประชาชนทั่วไป 5 ทีม เข้าสู่รอบ Final Pitching เพื่อนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิโดยมีเงินรางวัลรวม 500,000 บาท

การตัดสินรอบชิงชนะเลิศได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงาน คปภ. สมาคมจากภาคธุรกิจประกันภัย และหน่วยงานพันธมิตรด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ได้แก่ นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงาน คปภ. ดร.นิรัตน์ ทรัพย์ทวีธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ สายสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง สำนักงาน คปภ. นางสาวประภาภัสร์ กุลปวโรภาส ผู้ทรงคุณวุฒิอาวุโส สำนักงาน คปภ. นายวิชชุกร นิลมานัตน์ กรรมการ คณะกรรมการพัฒนาธุรกิจและวิชาการประกันภัยผู้แทนจากสมาคมประกันวินาศภัยไทย นายจตุรธร ธีรพัฒนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่าย Enterprise Architecture ผู้แทนจากสมาคมประกันชีวิตไทย ดร.เอกอนงค์ ตั้งฤกษ์วราสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการ กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม นายธัชณวัฒน์ พิริยธนพัทธ์ หัวหน้างานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และนายสิรพัฒน์ ชนะกุล นักส่งเสริมนวัตกรรมอาวุโส ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมตัดสินการประกวดนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการประกันภัย OIC InsurTech Award 2026 รอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา สำหรับการตัดสินรอบชิงชนะเลิศ คณะกรรมการพิจารณาผลงานจาก 5 เกณฑ์หลัก ครอบคลุมตั้งแต่ Problem–Solution Fit & InsurTech Value ความเข้าใจปัญหาและคุณค่าต่ออุตสาหกรรม Prototype ความพร้อมของต้นแบบBusiness Model ความเป็นไปได้ทางธุรกิจ Innovation & Differentiation ความโดดเด่นและแตกต่างของนวัตกรรม และ Presentation ความสามารถในการนำเสนอและตอบคำถาม เพื่อคัดเลือกผลงานที่มีศักยภาพและพร้อมต่อยอดสู่การใช้งานจริง

โดยผลการประกวดนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการประกันภัย OIC InsurTech Award 2026 รอบชิงชนะเลิศ ประเภทนิสิต/นักศึกษา รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม SufferpuffGirls ระบบเฝ้าระวังความเสี่ยงอัคคีภัยจากความผิดปกติของไฟฟ้าในโรงงานแบบ 24 ชั่วโมง ช่วยพยากรณ์และป้องกันเหตุล่วงหน้า พร้อมจัดเก็บข้อมูลเป็นหลักฐานดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการประเมินความเสี่ยงของบริษัทประกันอย่างต่อเนื่อง ได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตร รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม GuardianX แอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจความเสี่ยงภัยพิบัติของที่อยู่อาศัย และเลือกแผนประกันที่เหมาะสมกับบ้านของตนเอง ได้รับเงินรางวัล 70,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม AFTERSHOCK แพลตฟอร์ม InsurTech ที่เปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์น้ำท่วมแบบ Real-time ให้เป็น Risk Intelligence สำหรับบริษัทประกันภัย ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท ส่วนรางวัลชมเชย 2 รางวัล ได้แก่ ทีม Khao_pan_bood หุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุที่ทำงานร่วมกับระบบ Smart Home และ ทีม Penguard อุปกรณ์ IoT สำหรับขอความช่วยเหลือในรูปแบบพวงกุญแจตุ๊กตาที่ออกแบบให้ใช้งานได้อย่างแนบเนียนและไม่สะดุดตา ได้รับเงินรางวัลทีมละ 15,000 บาท

สำหรับ ประเภทประชาชนทั่วไป รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม BURT-BDMS Utilization Review Technology ระบบ AI สำหรับ Utilization Management ที่ช่วยให้โรงพยาบาลและบริษัทประกันประเมินความจำเป็นและความเหมาะสมของการรักษาด้วยมาตรฐานเดียวกัน ได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตร, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม Nótt แพลตฟอร์มดูแลผู้ป่วยภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงเบี้ยประกันและสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสม ได้รับเงินรางวัล 70,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม Rising Freedom แอปพลิเคชันโอนเงินสำหรับผู้สูงอายุ ผสาน AI และฐานข้อมูลภาครัฐ เพื่อช่วยป้องกันความเสี่ยงจากมิจฉาชีพ ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท ส่วนรางวัลชมเชย 2 รางวัล ได้แก่ ทีม AKINZ แพลตฟอร์มบริหารความเสี่ยงและประกันบ้าน และ ทีม HaluHala  แพลตฟอร์มบริหารความเสี่ยงจาก AI เพื่อต่อยอดสู่การรับประกันความเสี่ยงจาก AI ได้รับเงินรางวัลทีมละ 15,000 บาท

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า เวที OIC InsurTech Award 2026 มุ่งเปิดโอกาสให้นวัตกรใช้เทคโนโลยีรับมือความท้าทายใหม่ (Emerging Risks) เช่น วิกฤตสภาพภูมิอากาศ สังคมสูงวัย และภัยไซเบอร์ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมประกันภัยเชิงรุกมากขึ้น และความสำเร็จในเวทีนี้คือการยกระดับสู่การเป็น “แพลตฟอร์มบ่มเพาะนวัตกรแบบครบวงจร” โดยมีผู้สมัครกว่า 500 ทีม คัดกรองเข้มข้นจนเหลือ 10 ทีมสุดท้ายที่สามารถต่อยอดไอเดียเป็นนวัตกรรมที่แก้ปัญหาได้จริง ซึ่งความสำเร็จนี้เกิดจากการผนึกกำลังร่วมกับ 6 พันธมิตรหลัก ได้แก่ TLAA TGIA TII depa NIA และ TED Fund

ทั้งนี้ การประกวดเป็นเพียงจุดเริ่มต้น สำนักงาน คปภ. และพันธมิตรได้เตรียม “After Program” ไว้อย่างครบวงจร เพื่อผลักดันผลงานสู่การใช้งานจริง ผ่านการจับคู่ธุรกิจกับบริษัทประกันภัย การเชื่อมโยงแหล่งทุน การให้คำปรึกษาเชิงลึก และการเปิดโอกาสฝึกงานสำหรับนักศึกษา โดยเฉพาะโซลูชันที่ตอบโจทย์ความเสี่ยงสำคัญของประเทศ เช่น ภัยพิบัติหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน โดยโซลูชันเหล่านี้จะสามารถต่อยอดในด้านของข้อมูลและเทคโนโลยีไปช่วยประเมินความเสี่ยง วางแผนรับมือ และพัฒนาระบบให้ตอบสนองต่อสถานการณ์ได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น เป้าหมายสูงสุดของ คปภ. จึงไม่ใช่เพียงการค้นหาผู้ชนะ แต่คือการบ่มเพาะนวัตกรและผลักดันผลงานให้สร้างประโยชน์ได้จริง พร้อมยกระดับระบบประกันภัยไทยให้พร้อมรับมือความเสี่ยงในอนาคตอย่างยั่งยืน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

เมืองไทยประกันชีวิต จับมือ โนวาร์ตีส ยกระดับองค์ความรู้เสริมแกร่งตัวแทนประกันชีวิต จัดสัมมนา “Know the Now รู้รอบ นอกกรอบประกัน”

เมืองไทยประกันชีวิต จับมือ โนวาร์ตีส เดินหน้าส่งเสริมองค์ความรู้ด้านสุขภาพแก่ตัวแทนประกันชีวิต ผ่านเวที “Know the Now รู้รอบ...

หมดปัญหาเบื่อรถติดยามเช้า เปิดวาร์ปโรงเรียนนานาชาติ สุขุมวิท ติด BTS เดินทางง่าย

การตื่นตีห้าเพื่อรีบพาลูกฝ่ารถติดไปโรงเรียน คือกิจวัตรสุดเหนื่อยล้าของคนเป็นพ่อแม่ โดยเฉพาะบนถนนสายหลักอย่างสุขุมวิทที่กลืนกินพลังงานไปตั้งแต่เช้า หลายครอบครัวจึงเริ่มมองหาทางออกเพื่อลด Pain Point นี้ การเลือกโรงเรียนนานาชาติ สุขุมวิท...

โรงเรียนนานาชาติกรุงเทพฯ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับพัฒนาการของลูก

โรงเรียนนานาชาติกรุงเทพฯ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับพัฒนาการของลูก การเลือกโรงเรียนให้ลูกเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาหลายด้าน โดยเฉพาะครอบครัวที่กำลังมองหา โรงเรียนนานาชาติกรุงเทพฯ ซึ่งมีตัวเลือกหลากหลายทั้งหลักสูตร รูปแบบการเรียนรู้ สภาพแวดล้อม และช่วงอายุที่เปิดรับสมัคร สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการดูชื่อเสียงของโรงเรียนหรือประเทศที่เป็นต้นแบบของหลักสูตร...

ซีพี ฉลองวันไข่โลก 2569 แจกคูปองไข่ต้มปอกเปลือก ซื้อ 1 แถม 1 จำนวน 20,000 สิทธิ์ ผ่านแอป 7-Eleven

โปรตีนดีๆ ที่หาได้ง่ายที่สุดในทุกวันอาจอยู่ใกล้กว่าที่คิด เนื่องในโอกาส "วันไข่โลก" (World Egg Day) ปี 2569...

สินเชื่อจำนำเล่มทะเบียนรถ vs ขายรถ แบบไหนตอบโจทย์คนอยากเติมทุนมากกว่ากัน

หากต้องการเงินก้อนแต่ยังจำเป็นต้องใช้รถยนต์ในการเดินทางหรือทำงาน สินเชื่อจำนำเล่มทะเบียนรถเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้มีเงินหมุนเวียน โดยยังใช้รถได้ตามเงื่อนไขของสินเชื่อ ขณะที่การขายรถเหมาะกับคนที่ไม่ได้จำเป็นต้องใช้รถคันนั้นแล้ว และต้องการเปลี่ยนทรัพย์สินเป็นเงินก้อนโดยตรง ทำความเข้าใจทางเลือกในการนำรถมาเปลี่ยนเป็นเงินทุน ก่อนตัดสินใจระหว่างยื่นขอสินเชื่อจำนำเล่มทะเบียนรถกับการขายรถ ควรทำความเข้าใจรูปแบบของแต่ละทางเลือก รวมถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังได้รับเงิน เพื่อประเมินว่าทางไหนสอดคล้องกับความต้องการและความสามารถในการจัดการค่าใช้จ่ายของตัวเองมากกว่า สินเชื่อจำนำเล่มทะเบียนรถ สินเชื่อจำนำเล่มทะเบียนรถเป็นรูปแบบสินเชื่อที่นำเล่มทะเบียนรถมาใช้เป็นหลักประกันตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการ โดยผู้ขอสินเชื่อยังสามารถใช้รถได้ตามเงื่อนไขของสัญญา...