นายกรัฐมนตรีมอบเงินสินไหมประกันภัยพิบัติแห่งชาติรายแรก 2 ล้านบาท แก่ทายาทผู้เสียชีวิตจากน้ำป่าไหลหลากเชียงใหม่ พร้อมสั่งการ คปภ. ผนึก ปภ. สมาคมประกันวินาศภัยไทยและภาคธุรกิจประกันภัย ดูแลผู้ประสบภัยให้ได้รับการเยียวยาโดยเร็ว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบเงินค่าสินไหมทดแทนตามโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ กรณีการเสียชีวิตของนางเกศริน ต่าสินิ อายุ 54 ปี จากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 โดยมีนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ ดร.พงษ์ภาณุ ดำรงศิริ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมประกันวินาศภัยไทย เข้าร่วมพิธี พร้อมเชื่อมต่อผ่านระบบประชุมทางไกล (Zoom) ไปยังศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยทายาทของผู้เสียชีวิตเข้าร่วมผ่านระบบออนไลน์ ทั้งนี้ ได้มีการโอนเงินค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยพิบัติ จำนวน 2,000,000 บาท ให้แก่ทายาทของผู้เสียชีวิตเรียบร้อยแล้ว นับเป็นการจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีเสียชีวิตรายแรกภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งเริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิต พร้อมส่งความห่วงใยและกำลังใจไปยังประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่และลำพูนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยระบุว่า รัฐบาลตระหนักถึงความสูญเสียและความเดือดร้อนของประชาชน และให้ความสำคัญกับการนำระบบประกันภัยมาเป็นกลไกรองรับความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ เพื่อให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองและความช่วยเหลือตามสิทธิอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ แม้เงินค่าสินไหมทดแทนจำนวน 2,000,000 บาท จะไม่สามารถทดแทนชีวิตที่สูญเสียไปได้ แต่หวังว่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นหลักประกันให้ครอบครัวสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก พร้อมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานความร่วมมือในการดูแลช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับการเยียวยาตามสิทธิและสามารถฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ได้โดยเร็ว

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ว่า เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ได้เกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในพื้นที่ตำบลบ้านจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 2 หลัง ต่อมาเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เกิดฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรและมีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นางเกศริน ต่าสินิ อายุ 54 ปี โดยจังหวัดเชียงใหม่ได้ประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือประชาชนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 สำนักงาน คปภ. ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงาน คปภ. จังหวัดเชียงใหม่ สมาคมประกันวินาศภัยไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ได้ประสานการลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน เพื่อติดตามสถานการณ์ความเสียหาย ชี้แจงสิทธิประโยชน์ตามโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ และอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบสิทธิและยื่นคำขอรับค่าสินไหมทดแทน โดยมี นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประสานการดำเนินงานในพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติเป็นการนำระบบประกันภัยมาช่วยรองรับความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ โดยรัฐบาลจัดให้มีความคุ้มครองครอบคลุม 3 ประเภทภัย ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ กรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่ม ครอบคลุมบ้านเรือนประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ วงเงินคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาทต่อหลังคาเรือนต่อภัยที่เกิดขึ้น โดยกรณีอุทกภัยมีค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 10,000 บาท และกรณีวาตภัยและแผ่นดินไหวมีค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 5,000 บาท พร้อมความคุ้มครองเพิ่มเติมตามความเสียหายและเงื่อนไขของกรมธรรม์ ส่วนกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยพิบัติ วงเงิน 2,000,000 บาทต่อคน และกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง วงเงิน 200,000 บาทต่อคน

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีการเสียชีวิตของนางเกศริน ถือเป็นกรณีแรกที่ได้รับค่าสินไหมทดแทนภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ โดยสำนักงาน คปภ. ได้ประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สมาคมประกันวินาศภัยไทย บริษัทผู้รับประกันภัย และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบสิทธิและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง จนสามารถดำเนินการโอนค่าสินไหมทดแทนจำนวน 2,000,000 บาทให้แก่ทายาทของผู้เสียชีวิตได้เรียบร้อยแล้วในวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของกลไกการคุ้มครองและการเยียวยาผู้ประสบภัยผ่านระบบประกันภัยเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติขึ้นจริง

ด้าน ดร.พงษ์ภาณุ ดำรงศิริ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า สมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงาน คปภ. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และบริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ บริหารจัดการกระบวนการรับแจ้งเหตุและพิจารณาสินไหมทดแทน จนสามารถดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีแรกภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติได้สำเร็จ พร้อมทั้งจะเดินหน้าสนับสนุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติได้รับความคุ้มครองและการเยียวยาตามสิทธิอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม

ภายหลังการมอบเงินค่าสินไหมทดแทน ทายาทของผู้เสียชีวิตซึ่งเข้าร่วมพิธีผ่านระบบประชุมทางไกลจาก ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ให้ความช่วยเหลือและ  ประสานการดำเนินงานตามสิทธิความคุ้มครองอย่างรวดเร็ว จนได้รับค่าสินไหมทดแทน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระทางการเงินของครอบครัวภายหลังการสูญเสีย

สำนักงาน คปภ. จะบูรณาการความร่วมมือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สมาคมประกันวินาศภัยไทย บริษัทประกันภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยได้อย่างทั่วถึง โดยสามารถแจ้งความเสียหายและยื่นคำขอรับค่าสินไหมทดแทนผ่านเว็บไซต์ www.thaiNATCAT.org LINE Official Account @ThaiNATCAT ศูนย์บริการลูกค้า โทร 02-012-5555 หรือจุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่ประสบภัย หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิความคุ้มครองด้านประกันภัย สามารถติดต่อ สายด่วน คปภ. 1186

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ไทยประกันชีวิต คว้ารางวัล YouTube Works Awards Thailand 2026 จากแคมเปญ “ทำโซเชียลให้มีความหมาย”

นางสาวฐิติมา เลี้ยงพาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่าย กลุ่มสื่อสารและความยั่งยืนองค์กร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนบริษัทฯ...

การเคหะฯ ยกย่อง ทีมมูลนิธินายช่างไทย ใจอาสา ฟื้นฟูระบบไฟฟ้า “คลองจั่น-ร่มเกล้า”

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยกำหนดแนวทางให้ความช่วยเหลือครอบคลุมทั้งการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าและการฟื้นฟูความเสียหายหลังน้ำลด โดยเฉพาะระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับเข้าพักอาศัยและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยโดยเร็ว พร้อมมอบหมายการเคหะแห่งชาติเร่งประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคีเครือข่าย...

TOA ผนึก SC ขับเคลื่อน ‘SC Green Mark’ ยกระดับมาตรฐานอาคารสีเขียว ผสานนวัตกรรมสีรักษ์โลก สร้าง Green Ecosystem เชื่อมโยง ESG

เพราะอาคารที่ดีไม่ได้วัดเพียงความสวยงามหรือฟังก์ชันการใช้งาน แต่ต้องคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของผู้คนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ...