22 September 2026 | เวลา 22:09 น.
22 September 2026

“สรรเพชญ” ประชุมติดตามการบริหารจัดการท่าเรือแหลมฉบัง เร่งยกระดับการบริหารจราจรทั้งระบบ บูรณาการทุกหน่วยงาน พร้อมหารือแนวทางปรับโครงสร้างค่าภาระท่าเรือ เพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ของประเทศ

นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมติดตามการบริหารจัดการท่าเรือแหลมฉบัง และตรวจติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง โดยมี นายวีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายเกียรติชัย ชัยเรืองยศ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายอดิเรก อุ่นโอสถ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยผู้บริหารการท่าเรือแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี

นายสรรเพชญ กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อติดตามการบริหารจัดการท่าเรือแหลมฉบังในภาพรวม โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาการจราจรทั้งภายในและภายนอกท่าเรือ การเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ การติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ตลอดจนการบริหารจัดการสัญญาสัมปทานต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ปัญหาการจราจรภายในท่าเรือแหลมฉบังเป็นผลมาจากหลายปัจจัย ทั้งปริมาณรถบรรทุกที่เข้ามาพร้อมกัน การบริหารจัดการตู้สินค้า ตารางการเดินเรือ และกระบวนการตรวจปล่อยสินค้า ดังนั้น การแก้ไขปัญหาจะต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและอาศัยความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่เพียงการแก้ไขเฉพาะภายในพื้นที่ท่าเรือเท่านั้น

จึงได้กำชับให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยเร่งยกระดับระบบบริหารจัดการจราจร โดยเร่งพัฒนาระบบจองคิวรถบรรทุก (Truck Queue) และบังคับใช้ระบบจองคิวแบบ 100% เพื่อกระจายช่วงเวลาการเข้ารับ–ส่งตู้สินค้า ลดปัญหารถบรรทุกเข้ามาพร้อมกันในช่วงเวลาเดียว พร้อมทั้งพัฒนาระบบบริหารจัดการจราจร (Traffic Management) ให้สามารถติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการการไหลของรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเร่งซ่อมแซมและปรับปรุงถนนภายในท่าเรือ และปรับการเปิด–ปิดช่องทางเข้าออกให้สอดคล้องกับปริมาณการจราจรในแต่ละช่วงเวลา

นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยบูรณาการการทำงานร่วมกับกรมศุลกากร กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ตำรวจ หน่วยงานในพื้นที่ และผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ เพื่อร่วมกันวางแผนการบริหารจัดการการจราจรทั้งภายในและภายนอกพื้นที่ท่าเรือให้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ลดผลกระทบต่อประชาชนและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า พร้อมทั้งหารือแนวทางเพิ่มระยะเวลาการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ศุลกากร รวมถึงการอนุญาตให้นำตู้สินค้าขาเข้ามาจัดเก็บนอกเขตท่าเทียบเรือเป็นการชั่วคราว เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการระบายสินค้า

ในด้านการรองรับปริมาณการขนส่งสินค้า ได้เร่งรัดการจัดสรรพื้นที่รองรับรถบรรทุกและตู้สินค้าเพิ่มเติม ทั้งการจัดพื้นที่จอดพักรถบรรทุก การเพิ่มพื้นที่ลานวางตู้สินค้า และการเตรียมพื้นที่พักคอยนอกเขตรั้วศุลกากรเพื่อลดความแออัดภายในท่าเรือและรองรับปริมาณการขนส่งที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

ที่ประชุมยังได้หารือแนวทางการปรับโครงสร้างค่าภาระท่าเรือ โดยเฉพาะค่าฝากเก็บตู้สินค้า ให้สอดคล้องกับระยะเวลาการฝากเก็บที่เหมาะสม เพื่อสร้างแรงจูงใจให้มีการขนย้ายตู้สินค้าออกจากท่าเรือได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ลดปัญหาตู้สินค้าตกค้าง และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ของท่าเรือ ทั้งนี้ การดำเนินการจะต้องพิจารณาผลกระทบต่อผู้ประกอบการอย่างรอบด้าน และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างครบถ้วน

สำหรับความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ปัจจุบันงานก่อสร้างทางทะเล (สัญญาที่ 1) มีความคืบหน้าร้อยละ 98.80 ขณะที่งานอาคาร ท่าเทียบเรือ ระบบถนน และสาธารณูปโภค (สัญญาที่ 2) มีความคืบหน้าร้อยละ 24.13 ส่วนงานระบบรถไฟ (สัญญาที่ 3) และงานเครื่องจักรพร้อมระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (สัญญาที่ 4) อยู่ระหว่างกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยได้กำชับให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยเร่งบริหารจัดการอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อให้โครงการเดินหน้าได้ตามแผน และเปิดให้บริการได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนด

ในส่วนของประเด็นข้อกำหนดทางวิศวกรรมเกี่ยวกับค่าความหนาแน่นสัมพัทธ์ (Relative Density) ของวัสดุถมใต้ระดับน้ำในพื้นที่ท่าเทียบเรือ F ซึ่งเป็นประเด็นข้อพิพาทในสัญญาร่วมลงทุน นายสรรเพชญ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้มอบนโยบายให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยประสานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เข้ามาเป็นหน่วยงานกลางทางวิชาการ เพื่อพิจารณาและให้ข้อเสนอแนะเชิงวิศวกรรมอย่างเป็นกลาง ก่อนนำผลเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามสัญญาและกฎหมาย โดยยึดหลักวิชาการ ความโปร่งใส และผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ

นายสรรเพชญ กล่าวในตอนท้ายว่า กระทรวงคมนาคมจะเดินหน้ายกระดับท่าเรือแหลมฉบังให้เป็น Smart Port อย่างเต็มรูปแบบ ควบคู่กับการเร่งรัดโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 โดยนำระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว พร้อมยืนยันว่าการดำเนินงานทุกด้านจะยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ครม.ไฟเขียว ให้ กคช. เดินหน้า “บ้านเขียวประหยัดพลังงาน” GEF อัดฉีดงบ 3.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เดินหน้า “โครงการส่งเสริมที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย” หลังประเทศไทยได้รับอนุมัติเงินทุนสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก...

“สมุนไพรวังพรม” จัดให้พา “ณเดชน์” พรีเซนเตอร์แบรนด์ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน ร่วมงาน “WANGPROM HERB’S FIRST DATES” ชมภาพยนตร์ “Henry’s First Dates” จีบซ้ำซ้ำ เฮนรี่จำไม่ได้ กับเหล่าแฟนคลับแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

“สมุนไพรวังพรม” ก้าวเข้าสู่ปีที่ 31 อย่างแข็งแกร่ง ลุยปรับภาพลักษณ์ ขยายฐานสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่และสาย Active Lifestyle ผ่านแคมเปญ...

Black Pearl × Pionex ผนึกกำลัง เชื่อมโลก Digital Assets สู่ Real-World Assets เปิดประตูสู่โอกาสใหม่ของการลงทุนในยุคสินทรัพย์ดิจิตอล

การประกาศ Strategic Partnership ระหว่าง Black Pearl และ Pionex กระดานเทรดคลิปโตยักษ์ใหญ่ของอเมริกา...

ททท. ปักหมุดไทยบนเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโทรอนโต (TIFF 2026) ชูศักยภาพไทยสู่ Premier Film Location พร้อม ต่อยอดขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหนังและท่องเที่ยวสู่เวทีโลก

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการถ่ายทำภาพยนตร์ระดับนานาชาติ ผ่านการเข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโทรอนโต (Toronto International Film Festival: TIFF...