โรคหัวใจ กลุ่มโรคที่ส่งผลต่อการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โรคหัวใจเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตสำคัญของคนทั่วโลก แม้ในช่วงแรกอาการอาจแสดงไม่ชัดเจน แต่ร่างกายมักส่งสัญญาณเตือนบางอย่างออกมา ซึ่งควรเข้ารับการวินิจฉัยและทำการรักษาแต่เนิ่น ๆ เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และดูแลสุขภาพหัวใจให้แข็งแรง
โรคหัวใจคืออะไร?
โรคหัวใจ (Hear Disease) คือกลุ่มโรคที่เกิดจากความผิดปกติของหัวใจหรือโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของหัวใจ เช่น หลอดเลือดหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจ ลิ้นหัวใจ ซึ่งอาจส่งผลให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
สาเหตุของโรคหัวใจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม อายุที่เพิ่มขึ้น โรคประจำตัว ตลอดจนพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การขาดการออกกำลังกาย ซึ่งโรคหัวใจอาการและความรุนแรงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเภท จึงควรได้รับการวินิจฉัยและดูแลรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
โรคหัวใจมีสัญญาณเตือนที่สังเกตได้อะไรบ้าง?
แม้โรคหัวใจแต่ละชนิดจะมีสาเหตุและความรุนแรงแตกต่างกัน แต่ร่างกายมักส่งสัญญาณเตือนบางอย่างออกมาก่อน หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งหรือรุนแรงขึ้น ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างเหมาะสม
- เจ็บหรือแน่นหน้าอก เป็นอาการโรคหัวใจ ระยะแรกที่พบได้บ่อย โดยมักรู้สึกแน่นบริเวณกลางอกหรือหน้าอกด้านซ้าย และอาจปวดร้าวไปยังแขน คอ หลัง หรือกราม
- หายใจเหนื่อย หายใจไม่อิ่ม ซึ่งอาจเป็นโรคหัวใจอาการเริ่มต้น ที่ทำให้รู้สึกหอบง่าย เหนื่อยกว่าปกติ หรือหายใจลำบากแม้ทำกิจกรรมเพียงเล็กน้อย
- ใจสั่นหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ รู้สึกหัวใจเต้นเร็ว แรง หรือเต้นไม่สม่ำเสมอผิดปกติ
- อ่อนเพลียง่ายผิดปกติ เหนื่อยล้า ไม่มีแรง หรือทำกิจกรรมเดิมได้ลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนของอาการคนเป็นโรคหัวใจได้
- เวียนศีรษะ หน้ามืด หรือเป็นลม อาจเกิดจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ
- เหงื่อออกมากผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับอาการเจ็บหน้าอกหรือหายใจลำบาก
- คลื่นไส้ อาเจียน หรือรู้สึกไม่สบายบริเวณลิ้นปี่ ซึ่งอาจทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร
- ขา ข้อเท้า หรือเท้าบวม เกิดจากการคั่งของน้ำในร่างกายเมื่อหัวใจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
- ปวดร้าวไปยังส่วนอื่นของร่างกาย เป็นอาการที่อาจพบร่วมกับภาวะหัวใจขาดเลือดและไม่ควรละเลย
โรคหัวใจอาการเป็นอย่างไร?

แม้จะเรียกรวม ๆ ว่าโรคหัวใจ แต่ในความเป็นจริง โรคหัวใจมีสาเหตุและลักษณะอาการแตกต่างกันออกไปตามชนิดของโรค บางโรคแสดงอาการชัดเจน ขณะที่บางโรคอาจค่อย ๆ ดำเนินไปโดยไม่ทันสังเกต การรู้จักอาการโรคหัวใจของแต่ละประเภทจึงช่วยให้เข้ารับการตรวจและรักษาได้อย่างทันท่วงที
โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Disease) เป็นโรคที่เกิดจากหลอดเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจตีบหรืออุดตัน ทำให้หัวใจได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ อาการที่พบ ได้แก่
- เจ็บแน่นหน้าอก
- ปวดร้าวไปที่แขนซ้าย ไหล่ คอ กราม
- หายใจเหนื่อยหอบ
- หน้ามืด วิงเวียน หรืออาจหมดสติ
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac Arrhythmia) เป็นภาวะที่หัวใจเต้นเร็ว ช้า หรือไม่สม่ำเสมอ ส่งผลต่อการไหลเวียนเลือด โดยอาการของโรคหัวใจที่มีภาวะนี้ ได้แก่
- ใจสั่น เต้นรัว หรือเต้นสะดุด
- รู้สึกวิงเวียนศีรษะ คล้ายจะเป็นลม
- รู้สึกเจ็บหน้าอก ไม่สบายบริเวณทรวงอก
- เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม
โรคกล้ามเนื้อหัวใจ (Cardiomyopathy) เกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่มีประสิทธิภาพ อาการที่พบ ได้แก่
- หายใจไม่ออก แม้ไม่ได้ออกแรงทำกิจกรรม
- รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยล้าอย่างต่อเนื่อง
- มีอาการบวมตามขา ข้อเท้า
- รู้สึกวิงเวียนศีรษะ มึนงง อาจเป็นลมหมดสติได้
โรคลิ้นหัวใจ (Valvular Heart Disease) เกิดจากลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว ส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดภายในหัวใจ อาการที่พบ ได้แก่
- เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก
- เจ็บแน่นหน้าอก หน้ามืด เป็นลม
- ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ
- ขาและข้อเท้าบวม
โรคติดเชื้อที่หัวใจหรือลิ้นหัวใจ (Infective Endocarditis) เป็นการติดเชื้อบริเวณเยื่อบุหัวใจหรือลิ้นหัวใจ ซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ อาการที่พบ ได้แก่
- มีไข้ หนาวสั่น
- อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า
- ไอแห้งเรื้อรัง
- มีผื่นหรือจุดเลือดออกผิดปกติบนผิวหนัง
- มีโอกาสเป็นอัมพาต หรือแขน-ขาขาดเลือด เนื่องจากเชื้ออุดตันหลอดเลือด
โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (Congenital Heart Disease) หนึ่งในสาเหตุโรคหัวใจที่พบได้ตั้งแต่แรกเกิด เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา อาการที่พบ ได้แก่
- ปลายมือ-เท้า ริมฝีปากมีสีเขียวคล้ำ
- เหนื่อยง่าย
- หายใจเร็ว หายใจลำบาก
- มีอาการบวมตามขา หน้าท้อง รอบดวงตา
- นิ้วปุ้ม
โรคหัวใจมีขั้นตอนวินิจฉัยอย่างไร?
หากมีอาการหรือสัญญาณเตือนที่เข้าข่ายโรคหัวใจ แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เพื่อหาสาเหตุและประเมินว่าโรคหัวใจ อาการรุนแรงแค่ไหน โดยมีขั้นตอนการวินิจฉัย ได้แก่
- ซักประวัติและตรวจร่างกาย เพื่อประเมินอาการ ปัจจัยเสี่ยง และประวัติสุขภาพ
- ตรวจเลือดและเอกซเรย์ทรวงอก เพื่อประเมินสุขภาพโดยรวมและความผิดปกติของหัวใจหรือปอด
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG/EKG) เพื่อดูจังหวะการเต้นและการทำงานของหัวใจ
- ตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (Echocardiogram) เพื่อประเมินโครงสร้างและการบีบตัวของหัวใจ
- ตรวจสมรรถภาพหัวใจ (Stress Test) เพื่อดูการทำงานของหัวใจขณะออกแรง
- ติดเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Holter Monitoring) เพื่อติดตามภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
- ตรวจเพิ่มเติม เช่น CT Scan หรือการสวนหัวใจ ในกรณีที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกเพื่อวางแผนการรักษา
โรคหัวใจมีแนวทางการรักษาอย่างไรบ้าง?
วิธีรักษาโรคหัวใจจะแตกต่างกันไปตามชนิดของโรค ความรุนแรงของอาการ และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย โดยแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจจะเป็นผู้ประเมินและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ซึ่งอาจใช้วิธีการรักษาเพียงอย่างเดียวหรือหลายวิธีร่วมกัน ดังนี้
- การรักษาด้วยยา เพื่อช่วยควบคุมอาการ ชะลอการดำเนินของโรค และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยควรรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ และไม่ควรหยุดยาด้วยตนเอง
- การทำหัตถการหรือผ่าตัด ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือมีความผิดปกติเฉพาะ เช่น การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและขดลวด การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ การซ่อมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจ และการผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจ
- เวชศาสตร์ฟื้นฟู ที่เน้นการออกกำลังกายและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัด เพื่อช่วยให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น
โรคหัวใจ รู้จักสัญญาณเตือน รักษาทัน ป้องกันได้ เพื่อสุขภาพหัวใจแข็งแรง
โรคหัวใจเป็นโรคที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากตรวจพบและรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและเพิ่มโอกาสในการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ การสังเกตสัญญาณเตือน เข้ารับการตรวจวินิจฉัย และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเหมาะสม ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น
ที่ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลวิภาวดี พร้อมดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง เครื่องมือวินิจฉัยที่ทันสมัย และแนวทางการรักษาที่ครอบคลุมตั้งแต่การใช้ยา การทำหัตถการ ไปจนถึงการผ่าตัด เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่
- Facebook: Vibhavadi Hospital
- Line: @Vibhavadihospital
- Email: custserv@vibhavadi.com
- Tel: 02-561-1111 หรือ 02-581-1111


