5 ความเข้าใจผิดในการซื้อประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์

การออมเงินผ่านประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เป็นทางเลือกลดความเสี่ยงที่หลายคนนิยมใช้สร้างวินัยทางการเงิน แต่ความสับสนในเงื่อนไขสัญญามักทำให้เกิดความคาดหวังที่ผิดพลาดจนเสียสิทธิประโยชน์โดยไม่ตั้งใจ

1. คิดว่าเป็นบัญชีฝากประหยัดที่ถอนเมื่อไหร่ก็ได้

หลายคนเข้าใจผิดว่าการส่งเบี้ยประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เหมือนการฝากเงินในธนาคารที่อยากถอนออกมาใช้ยามฉุกเฉินเมื่อไหร่ก็ทำได้ ความจริงคือเงินส่วนใหญ่จะถูกล็อกไว้ตามระยะเวลาสัญญา หากยกเลิกกรมธรรม์ก่อนกำหนดเพื่อเอาเงินสดออกมา มูลค่าเงินคืนที่จะได้รับมักจะต่ำกว่ายอดเบี้ยทั้งหมดที่เคยจ่ายไปอย่างน่าตกใจ เงินที่จะนำมาใช้ในแผนนี้จึงต้องเป็นเงินเย็นที่มั่นใจว่าไม่ต้องดึงออกมาใช้ในระยะสั้น

2. เข้าใจผิดว่า % เงินคืน คำนวณจากเงินเบี้ยที่จ่ายไป

ป้ายโฆษณาที่ระบุว่ามีเงินคืน 5% หรือ 10% ทุกปี มักทำให้คนซื้อคิดคำนวณในหัวว่าคือการได้เงินคืนจากยอดเบี้ยประกันที่ควักกระเป๋าจ่ายไป แต่ในสัญญาส่วนใหญ่ ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ดังกล่าวจะถูกคิดจากทุนประกันภัย หรือจำนวนเงินคุ้มครองเริ่มต้น ซึ่งเป็นคนละยอดกับเบี้ยประกันรายปี การไม่อ่านรายละเอียดให้ชัดเจนอาจทำให้รู้สึกผิดหวังเมื่อเห็นยอดเงินโอนเข้าบัญชีจริง

3. ซื้ออัดเต็มโควต้าเพื่อลดหย่อนภาษี จนลืมประเมินสภาพคล่อง

สิทธิประโยชน์ทางภาษีคือของแถมชิ้นใหญ่ที่ดึงดูดใจ แต่การทุ่มซื้อประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ในวงเงินสูงเกินไปเพียงเพื่อต้องการวงเงินลดหย่อนภาษีสูงสุด อาจกลายเป็นดักแด้รัดตัวเองในอนาคต หากปีถัด ๆ ไปเกิดปัญหาทางการเงินหมุนเงินไม่ทันจนต้องยอมทิ้งสัญญา เงินส่วนลดภาษีที่เคยประหยัดได้อาจไม่คุ้มกับเงินต้นที่ต้องสูญเสียไปจากการยกเลิกกรมธรรม์

4. สับสนระหว่างระยะเวลาจ่ายเบี้ยกับระยะเวลาคุ้มครอง

ชื่อแผนประกัน เช่น 5/10 หรือ 10/20 มักสร้างความสับสนอย่างมาก หลายคนคิดว่าจ่ายเงินครบ 5 ปีแล้วจะได้รับเงินก้อนใหญ่คืนทันทีในปีที่ 5 ความจริงคือตัวเลขหน้าคือจำนวนปีที่ต้องจ่ายเงิน ส่วนตัวเลขหลังคือจำนวนปีที่ต้องรอจนจบสัญญา จึงจะได้รับเงินก้อนคืนทั้งหมดพร้อมผลประโยชน์ตามกำหนด

5. คาดหวังผลตอบแทนสูงลิ่วเพื่อเอาชนะการลงทุน

การนำผลตอบแทนของประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ไปเปรียบเทียบกับหุ้นหรือกองทุนรวม แล้วรู้สึกว่าให้ผลตอบแทนน้อย คือการติดกระดุมผิดเม็ดตั้งแต่แรก เป้าหมายหลักของ ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ คือการการันตีความปลอดภัยของเงินต้นและการสร้างวินัยการออมระยะยาวพร้อมความคุ้มครองชีวิต หากคาดหวังการสร้างความรวยแบบก้าวกระโดด เครื่องมือนี้อาจไม่ตอบโจทย์ความต้องการตั้งแต่เริ่มต้น

การลบความเข้าใจผิดทั้ง 5 ข้อนี้ จะช่วยเปลี่ยนการเลือกซื้อประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ให้กลายเป็นเครื่องมือวางแผนการเงินที่ทรงพลัง การอ่านเงื่อนไขสัญญาทีละบรรทัดและประเมินศักยภาพในการจ่ายเบี้ยของตัวเองอย่างซื่อสัตย์ จะช่วยให้การออมเงินก้อนนี้ปลอดภัย คุ้มค่า และส่งมอบความอุ่นใจในอนาคตได้อย่างแท้จริง

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ทรู สร้างปรากฏการณ์ระดับโลก! ดึง “เนเน่” ขึ้นแท่น World Brand Ambassador คนใหม่ มอบสุดยอดนวัตกรรม iPhone Duo พร้อมพลังสัญญาณ True5G เร็ว แรง ทั่วไทย และแพ็กเกจ True5GX เติมเต็มประสบการณ์เหนือระดับเคียงข้างดูแล “เนเน่” ยาวนานถึง 30 ปี

เมื่อที่สุดแห่งความสำเร็จมาบรรจบกับที่สุดแห่งนวัตกรรม... ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร พร้อมด้วย...

อาการแบบไหนเข้าข่ายเป็นโรคแพนิค สังเกตตัวเองก่อนพบแพทย์

คำว่า Panic หรือแพนิคอาจถูกใช้ในชีวิตประจำวันเวลารู้สึกตกใจหรือรับมือกับสถานการณ์ไม่ทัน แต่สำหรับบางคน ความกลัวอาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลันพร้อมอาการทางร่างกายหลายอย่าง เช่น ใจสั่น หายใจไม่อิ่ม เวียนศีรษะ...

คมนาคม กำชับวิทยุการบินฯ รับมือฝนหนัก-น้ำป่าไหลหลากภาคใต้ยกระดับเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง ย้ำความปลอดภัยทุกเที่ยวบิน

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ตามข้อสั่งการของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือสภาพอากาศแปรปรวน โดยเฉพาะภาคใต้ที่มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในช่วงนี้...

เมืองไทยประกันชีวิต คว้าอันดับ 1 “2026 Thailand’s Social Power Brand” กลุ่มประกันชีวิต ต่อเนื่องปีที่ 3 จาก BrandAge

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลอันดับ 1 “2026 Thailand’s Social...