สสส.ติดอาวุธครู"อบรมออนไลน์"รับมือรร.เปิด/ป้องกันโควิด

วันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2564

สสส.ติดอาวุธครู


สสส.จัดอบรมครูหลักสูตรดูแลเด็กช่วงโควิด-19 ติดอาวุธให้ครูมีความรู้- ความเข้าใจพร้อมรับมือ ป้องกันเด็กถูกตีตราแบบไม่ตั้งใจ แพทย์หวั่นเด็กไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ถูกบูลลี่ กำชับโรงเรียนมีมาตรการป้องกันรองรับ แนะเปิดโรงเรียน ต้องเตรียมความพร้อมทั้งกายภาพและดูแลจิตใจ

รศ.ดร.นพ.นันทวัช สิทธิรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักสถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ (ThaiHealth Academy)สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ในวันที่ 1 พ.ย.นี้จะเปิดโรงเรียนวันแรก แต่เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 12 ปีที่ยังไม่มีวัคซีนโควิด-19 รองรับ หากติดโควิดแม้จะไม่มากแต่อาจนำไปติดผู้ใหญ่ในครอบครัวได้ และเด็กที่อายุ 12 ปีขึ้นไปที่มีฉีดวัคซีน ก็ยังมีประเด็นที่ผู้ปกครองมีความลังเลใจจะให้เด็กฉีดหรือไม่ให้ฉีด

ดังนั้น สสส.ได้จัดอบรมหลักสูตร “การดูแลเด็กในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19” ให้กับบุคลากรภาคีเครือข่าย ของ สสส. อาทิ ผู้บริหารศูนย์เด็กเล็ก ครูศูนย์พัฒนาเด็กฯลฯ ผ่านทางระบบออนไลน์ผ่านระบบอีเลิร์นนิงในสัปดาห์หน้า ผู้สนใจสามารถเข้ามาดูย้อนหลังเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง

“เนื้อหาหลักๆ จะเป็นการดูแลเด็กอย่างไรเมื่อมีการเปิดโรงเรียน รวมถึงการฉีดวัคซีนโควิด-19 และการติดเชื้อในเด็ก แนวทางการปรับตัวของครูและนักเรียนหลังผ่านการเรียนออนไลน์แล้วต้องกลับมาเรียนในชั้นเรียนปกติ ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม วิธีการเรียนของเด็ก เหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความละเอียดอ่อนในการเข้าใจเด็ก สร้างแรงจูงใจ การอบรมนี้จะช่วยป้องกันเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อมีการเปิดโรงเรียน และคาดหวังจะช่วยให้ครูมีความเข้าใจที่ถูกต้อง มีความมั่นใจในการดูแลที่ถูกต้องที่โรงเรียน จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพให้ถูกสุขลักษณะ และถ้าเกิดการติดเชื้อในโรงเรียน ครูจะสามารถมีแนวทางจะรับมือและจัดการได้” นพ.นันทวัช กล่าว

ด้าน รศ.พญ.วนิดา เปาอินทร์ กุมารแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมในการเปิดโรงเรียนก็คือแบ่งเป็นเรื่องกายภาพและการดูแลจิตใจนักเรียน โดยด้านกายภาพควรมีการจัดห้องเรียนไม่แออัด โต๊ะเรียนเว้นระยะห่าง หรือเรียนสลับช่วงเวลา ฯลฯ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละโรงเรียน ส่วนโรงอาหารควรจัดให้นั่งหลวม ๆ   เพื่อลดความแออัด แยกจามชามแก้วช้อนของแต่ละคน จัดเหลื่อมเวลาพัก ผู้ใหญ่ คนทำงานในโรงเรียนไม่ว่าจะอยู่ในหน้าที่อะไร ควรได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสทุกคน และมาตรการมาตรฐานอื่น  ได้แก่ การใส่หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ และจุดล้างมือ

รศ.พญ.วนิดา กล่าวว่า ส่วนการดูแลเรื่องใจ ต้องระวังป้องกันไม่ให้เกิดการบูลลี่เด็กที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน การฉีดหรือไม่ฉีดวัคซีนจะต้องไม่เป็นเงื่อนไขของการไปโรงเรียน โรงเรียนไม่ควรขอให้ผู้ปกครองแจ้งว่านักเรียนคนใดได้ฉีดหรือไม่ได้ฉีดวัคซีน ทุกคนควรอยู่ในมาตรการป้องกันแบบเดียวกัน  

“โควิด-19 จะเป็นโรคที่เราไม่สามารถกำจัดออกไปได้ มันจะอยู่กับเราต่อไป ควรเข้าใจและเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับมัน  ต่อมามีการฉีดวัคซีน สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ จนเปิดประเทศ กลับไปดำเนินชีวิตตามปกติ ประเทศเราก็จะมีปรากฏการณ์ ไม่แตกต่างจากประเทศอื่น เมื่อเห็นความจริงในข้อนี้ได้อย่างถ่องแท้ เราจะสามารถรับมือกับมันได้ และไม่ยอมให้เด็กอยู่ในสถานการณ์ที่หยุดการพัฒนาศักยภาพอย่างที่เป็นอยู่” รศ.พญ.วนิดา กล่าว



บริษัท สยามธุรกิจ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด ติดต่อสอบถาม ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ