4 เรื่องต้องรู้ก่อนตัดสินใจกู้เงินธนาคาร

วันศุกร์ที่ 06 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

4 เรื่องต้องรู้ก่อนตัดสินใจกู้เงินธนาคาร


ในยุคที่โอกาสทางการเงินและการขยายธุรกิจสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างการกู้เงินธนาคารจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ความฝันหรือโปรเจกต์ต่าง ๆ กลายเป็นความจริงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกู้เพื่อที่อยู่อาศัย การทำธุรกิจ หรือเพื่อใช้จ่ายส่วนบุคคล อย่างไรก็ตามการเดินเข้าไปกู้เงินธนาคารไม่ใช่เพียงแค่การยื่นเอกสารแล้วรับเงินก้อนมา แต่คือการสร้างพันธะสัญญาในระยะยาวที่ต้องอาศัยการวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันไม่ให้ภาระหนี้สินกลายเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตในอนาคต นี่คือ 4 เรื่องสำคัญที่คุณต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ

1. วัตถุประสงค์และความจำเป็นที่แท้จริง

สิ่งแรกที่ต้องถามตัวเองอย่างซื่อสัตย์คือเหตุผลในการกู้เงินธนาคารครั้งนี้คืออะไร สินเชื่อแต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน เช่น สินเชื่อบ้านที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำและระยะเวลานาน หรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีความคล่องตัวสูงแต่ดอกเบี้ยแพงกว่า การกู้เงินธนาคารควรทำเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มหรือแก้ปัญหาที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น หากเป็นการกู้เพื่อนำไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือยหรือสิ่งของที่เสื่อมค่าลงอย่างรวดเร็ว คุณอาจต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยที่ไม่คุ้มค่าในระยะยาว การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณเลือกประเภทสินเชื่อได้ถูกต้องและประหยัดต้นทุนทางการเงินได้มากที่สุด

2. โครงสร้างดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมแฝง

หัวใจหลักของการกู้เงินธนาคารคือ "ดอกเบี้ย" ซึ่งมีทั้งรูปแบบคงที่ (Fixed Rate) และแบบลอยตัว (Floating Rate) คุณต้องทำความเข้าใจว่าในช่วงปีแรก ๆ อัตราดอกเบี้ยเป็นอย่างไร และหลังจากนั้นจะมีการปรับเปลี่ยนไปในทิศทางไหน นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายแฝงที่มักจะมาพร้อมกับการกู้เงินธนาคาร เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อ ค่าอากรแสตมป์ ค่าประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ (MRTA) หรือแม้แต่ค่าปรับในกรณีที่คุณต้องการปิดยอดเงินกู้ก่อนกำหนด การคำนวณอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (EIR) จะช่วยให้คุณเปรียบเทียบข้อเสนอจากแต่ละธนาคารได้อย่างเป็นธรรมและเลือกข้อเสนอที่ประหยัดที่สุดได้

3. ประเมินความสามารถในการชำระหนี้ (DSR)

ก่อนที่สถาบันการเงินจะอนุมัติการกู้เงินธนาคาร เขาจะตรวจสอบสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ หรือ Debt Service Ratio (DSR) ของคุณก่อนเสมอ แต่ในฐานะผู้กู้ คุณควรประเมินตนเองให้เคร่งครัดยิ่งกว่าธนาคาร หลักการที่ปลอดภัยคือภาระการผ่อนชำระหนี้ทั้งหมดในแต่ละเดือนไม่ควรเกิน 30 ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ของรายได้สุทธิ คุณต้องคำนึงถึงรายจ่ายคงที่อื่น ๆ และเงินสำรองฉุกเฉินด้วย หากคุณเลือกยอดผ่อนที่ตึงมือเกินไป เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้รายได้ลดลง การกู้เงินธนาคารที่ตั้งใจให้เป็นตัวช่วยอาจกลายเป็นกับดักทางการเงินที่ทำให้คุณเสียประวัติเครดิตได้

4. ผลกระทบต่อเครดิตบูโรและแผนการในอนาคต

ทุกครั้งที่มีการกู้เงินธนาคารข้อมูลการทำสัญญาและพฤติกรรมการชำระหนี้จะถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลของเครดิตบูโร ประวัติการชำระที่ตรงเวลาจะช่วยสร้างคะแนนเครดิตที่ดี ซึ่งเป็นใบเบิกทางสำหรับการขอกู้ในอนาคตที่มีวงเงินสูงขึ้นหรือดอกเบี้ยถูกลง ในทางกลับกันหากมีการผิดนัดชำระเพียงไม่กี่ครั้ง ข้อมูลจะติดอยู่ในระบบนานหลายปีและทำให้การกู้เงินธนาคารในอนาคตทำได้ยากลำบากหรือถูกปฏิเสธ การมองภาพรวมถึงแผนการชีวิตในอีก 5 ถึง 10 ปีข้างหน้าจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าจังหวะนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการสร้างหนี้ก้อนใหม่หรือไม่

การเตรียมตัวให้พร้อมด้วยความรู้และวินัยทางการเงินจะช่วยให้การกู้เงินธนาคารเป็นไปอย่างราบรื่นและส่งผลดีต่อสถานะทางการเงินของคุณอย่างยั่งยืน การอ่านสัญญาให้ละเอียดทุกบรรทัดและการไม่รีบร้อนตัดสินใจจะช่วยให้คุณไม่พลาดสิทธิประโยชน์ที่ควรได้ การนำเงินกู้มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพตามแผนที่วางไว้คือความสำเร็จเบื้องต้นของการบริหารจัดการเงินทุนที่ยอดเยี่ยม และช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างมั่นคง



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ