หายสงสัยกันได้แล้ว “สคส.” เคลียร์ชัด! ติดกล้อง CCTV ไม่ได้หมายความว่าผิด PDPA ทุกกรณี

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความกังวลในโลกออนไลน์ เมื่อมีการแชร์ข้อความบน Facebook จำนวนมาก ระบุว่า ประชาชนที่ติดตั้งกล้องวงจรปิด หรือ CCTV ภายในบ้าน แล้วหันกล้องออกไปยังถนนหรือทางสาธารณะ อาจมีความผิดตามกฎหมาย PDPA และถูกปรับเป็นเงินหลักล้านบาท จนเกิดคำถามตามมาว่า แล้วกล้องที่ติดไว้เพื่อเฝ้าระวังภัย ป้องกันทรัพย์สิน หรือเก็บไว้เป็นหลักฐานเมื่อเกิดอุบัติเหตุและคดีความ ยังสามารถใช้ได้หรือไม่ ทั้งที่ในหลายเหตุการณ์ ภาพจากกล้องของประชาชนมีส่วนสำคัญต่อการติดตามผู้กระทำผิดและช่วยระงับเหตุได้จริง

พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ สคส. ชี้แจงว่า การกล่าวอ้างว่าเพียงติดกล้องภายในบ้านแล้วหันออกไปเห็นถนนหรือพื้นที่สาธารณะ จะถือว่าผิด PDPA และถูกปรับหลักล้านบาทนั้น ไม่สอดคล้องกับกฎหมาย หากเป็นการติดตั้งภายในเคหสถานหรือที่พักส่วนตัว เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเองหรือบุคคลในครอบครัว ซึ่งเข้าข่ายการใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือกิจกรรมในครอบครัวตามมาตรา 4 (1) และไม่อยู่ภายใต้การบังคับใช้ของ PDPA

“สคส. ขอให้ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก การติดตั้งกล้องวงจรปิดในบ้านหรือที่พักส่วนตัวเพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ได้หมายความว่าหากกล้องหันออกไปเห็นถนนหรือพื้นที่สาธารณะแล้วจะผิด PDPA หรือถูกปรับเป็นเงินหลักล้านบาททันที เรื่องดังกล่าวต้องพิจารณาจากวัตถุประสงค์และลักษณะของการนำข้อมูลไปใช้ด้วย”

ทั้งนี้ มาตรา 4 (1) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนดข้อยกเว้นสำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลธรรมดา เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อกิจกรรมในครอบครัวของบุคคลนั้นเท่านั้น ดังนั้น หากประชาชนติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในบ้านหรือที่พักส่วนตัว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้พักอาศัย หรือเพื่อใช้เป็นหลักฐานหากเกิดอุบัติเหตุหรือคดีความ ย่อมเข้าลักษณะการใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือกิจกรรมในครอบครัว และไม่อยู่ภายใต้การบังคับใช้ของ PDPA ตามมาตรา 4 (1)

อย่างไรก็ตาม สคส. ย้ำว่า “ได้รับยกเว้นจาก PDPA ไม่ได้หมายความว่าสามารถนำภาพจากกล้องไปใช้อย่างไรก็ได้” ผู้ติดตั้งกล้องควรใช้ความระมัดระวัง โดยเฉพาะเมื่อกล้องสามารถบันทึกภาพบุคคลอื่นบนถนน ทางสาธารณะ หรือพื้นที่ภายนอกบ้าน ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานหรือเผยแพร่ภาพในลักษณะที่เป็นการละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัวของบุคคลอื่นเกินสมควร รวมถึงต้องระมัดระวังไม่ให้การนำภาพไปใช้เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอื่น

ตัวอย่างเช่น การนำภาพจาก CCTV ไปเผยแพร่เพื่อโจมตี ทำให้บุคคลอื่นเสียชื่อเสียง หรือเผยแพร่ภาพที่กระทบต่อสิทธิและความเป็นส่วนตัว อาจต้องพิจารณาตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ประมวลกฎหมายอาญา พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความรับผิดฐานละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แล้วแต่ข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี

พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งสำคัญที่ประชาชนควรทำความเข้าใจคือ กฎหมายแยกกรณี “กล้องที่บ้านเพื่อประโยชน์ส่วนตัว” ออกจาก “กล้องที่ติดตั้งเพื่อการประกอบธุรกิจหรือโดยองค์กร” อย่างชัดเจน โดยกรณีหลังจะไม่ได้รับข้อยกเว้นเช่นเดียวกับการติดกล้องภายในบ้าน

สำหรับการติดตั้งกล้องวงจรปิดโดยหน่วยงานของรัฐ บริษัท สมาคม มูลนิธิ องค์กรเอกชน นิติบุคคลอาคารชุด นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร รวมถึงพื้นที่ประกอบกิจการหรือธุรกิจ เช่น ร้านอาหาร ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า โรงแรม หอพัก โรงงาน สถานพยาบาล หรือสถานประกอบการอื่น ไม่ว่าจะดำเนินการโดยนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา หากเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลในฐานะ “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” จะไม่ได้รับข้อยกเว้นตามมาตรา 4 (1) และต้องปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA

โดยผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น การแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล การจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม การดำเนินการเมื่อเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และการมีฐานทางกฎหมายที่เหมาะสมสำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ซึ่งหากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ก็อาจเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามกฎหมายและมีโทษทางปกครองได้

“หัวใจสำคัญของ PDPA ไม่ใช่การปิดกั้นการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน แต่คือการสร้างความสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์จากข้อมูลกับการคุ้มครองสิทธิของบุคคลอื่น กล้องวงจรปิดยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันเหตุและสนับสนุนการรักษาความปลอดภัยของสังคม สิ่งที่ต้องระวังคือการนำภาพหรือข้อมูลที่ได้จากกล้องไปใช้ต่อ โดยเฉพาะการเผยแพร่ต่อสาธารณะ ต้องคำนึงถึงสิทธิ ความจำเป็น และผลกระทบต่อบุคคลอื่นด้วย” พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าว

สคส. จึงขอให้ประชาชนแยกแยะข้อมูลที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์อย่างรอบคอบ โดยเฉพาะข้อความที่ระบุในลักษณะเหมารวมว่า “ติดกล้อง CCTV หันออกถนน = ผิด PDPA และถูกปรับหลักล้าน” ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะการพิจารณาตามกฎหมายต้องดูทั้งผู้ที่ติดตั้ง วัตถุประสงค์ในการเก็บภาพ และลักษณะการนำข้อมูลไปใช้หรือเปิดเผยเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ สคส. พร้อมเดินหน้าสื่อสารสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้กล้องวงจรปิดและ PDPA ให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เทคโนโลยีในการดูแลชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างมั่นใจ ควบคู่ไปกับการเคารพสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

เสนา ยกระดับ SENA Low Carbon ร่วมกับ Q-CON พัฒนา “Eco-Pot” เปลี่ยนเศษอิฐเหลือใช้ให้กลับมามีคุณค่า ลดขยะ เพิ่มพื้นที่สีเขียว

บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA ผู้นำด้านการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน (Sustainable Living...

AI ยิ่งล้ำ ระบบยิ่งต้องพร้อม: เปิด 4 โจทย์ใหญ่ที่ธุรกิจไทยต้องเร่งรับมือ

ในปี 2569 เศรษฐกิจประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดสู่มูลค่ากว่า 5.6 ล้านล้านบาท ตามข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขณะที่การลงทุนและความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายองค์กรพบว่าความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล (Digital...

OR ร่วมกับ ไปรษณีย์ไทย และ ซีพี โฟตอน ผลักดัน Green Logistics นำร่องทดสอบรถบรรทุกไฟฟ้า พร้อมขยายโครงข่าย “EV Station PluZ” หนุนขนส่งเชิงพาณิชย์ มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ   บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และ บริษัท...

คริสปี้ ครีม ปักหมุดสาขาใหม่ @เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ จัดโปรพิเศษ 23 ก.ย. นี้ วันเดียวเท่านั้น

ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ ประธานบริษัท เคเอฟยู จำกัด ผู้นำเข้าคริสปี้ ครีม (Krispy...