การเลือกตู้ไฟสำหรับพื้นที่ที่มีความชื้น ละอองน้ำ หรือฝุ่นสะสม ไม่ควรพิจารณาจากขนาดและราคาเพียงอย่างเดียว เพราะระดับการป้องกันของตู้มีผลโดยตรงต่อความเหมาะสมของจุดติดตั้ง หากเลือกตู้ที่ป้องกันไม่เพียงพอ น้ำและฝุ่นอาจเข้าสู่ภายในจนกระทบต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า แต่หากเลือกสเปกสูงเกินความจำเป็น ก็อาจทำให้งบประมาณเพิ่มขึ้นโดยไม่ได้ตอบโจทย์การใช้งานมากนัก
ตู้ไฟกันน้ำ KJL มีรุ่นที่รองรับระดับการป้องกันตั้งแต่ IP44, IP55 ไปจนถึง IP65 แต่ละระดับเหมาะกับสภาพแวดล้อมต่างกัน การทำความเข้าใจความหมายของค่า IP และประเมินความเสี่ยงของพื้นที่ก่อนเลือกซื้อ จึงช่วยให้วางระบบไฟฟ้าได้เหมาะสมและดูแลรักษาง่ายขึ้นในระยะยาว
ค่า IP ของตู้ไฟบอกอะไร ?
IP หรือ Ingress Protection เป็นค่าที่ใช้ระบุระดับการป้องกันสิ่งแปลกปลอมและน้ำเข้าสู่ตัวตู้ ตัวเลขหลักแรกแสดงระดับการป้องกันวัตถุหรือฝุ่น ส่วนตัวเลขหลักที่สองแสดงระดับการป้องกันน้ำ
ตัวอย่างเช่น IP55 หมายถึงตู้มีการป้องกันฝุ่นในระดับที่ไม่ทำให้การทำงานเกิดความเสียหาย และสามารถป้องกันน้ำที่ฉีดมาจากทิศทางต่าง ๆ ได้ อย่างไรก็ตาม ค่า IP ไม่ได้หมายความว่าตู้ทุกระดับสามารถจมน้ำหรือรับน้ำแรงดันสูงได้ จึงต้องเลือกตามลักษณะความเสี่ยงจริงของบริเวณติดตั้ง
ตู้ควบคุมไฟฟ้าของ KJL มีรุ่นที่ผ่านมาตรฐานการกันฝุ่นและกันน้ำโดยอ้างอิง มอก. 513-2553 และ IEC 60529:2001 ตามรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่น
ตู้ไฟกันน้ำ KJL ระดับ IP44 เหมาะกับพื้นที่แบบไหน ?
ตู้ระดับ IP44 เหมาะกับบริเวณที่อาจมีละอองน้ำหรือน้ำกระเด็นเป็นครั้งคราว แต่ไม่ได้เผชิญฝุ่นจำนวนมากหรือฝนที่ตกกระทบโดยตรงอย่างต่อเนื่อง เช่น พื้นที่กึ่งภายนอก ใต้ชายคา โรงจอดรถ ระเบียงที่มีหลังคาคลุม หรือบริเวณล้างทำความสะอาดที่ไม่มีการฉีดน้ำใส่ตู้โดยตรง
ตัวอย่างรุ่นของ KJL ได้แก่ KBSB ซึ่งเป็นตู้ไฟกันน้ำแบบมีหลังคา ฝา 1 ชั้นแบบกระจก ผลิตจากเหล็กแผ่นขาวความหนา 0.8–1.0 มิลลิเมตร และมีระดับการป้องกัน IP44 ส่วนผู้ที่ต้องการฝาทึบสามารถพิจารณารุ่นในกลุ่ม Standard Series ที่ออกแบบให้เหมาะกับงานติดตั้งทั่วไปได้
แม้ตู้ IP44 จะนำไปติดตั้งภายนอกอาคารบางบริเวณได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงตำแหน่งที่โดนฝนสาดโดยตรง น้ำท่วมขัง หรือมีการใช้สายฉีดน้ำแรงดันสูงเป็นประจำ
เมื่อไหร่ที่ควรขยับมาใช้ตู้ระดับ IP55 ?
IP55 เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องรับมือทั้งฝุ่นและน้ำมากขึ้น เช่น โรงงาน โกดัง อาคารผลิต ลานจอดรถ พื้นที่ใกล้เครื่องจักร หรือจุดติดตั้งภายนอกอาคารที่มีโอกาสโดนน้ำจากหลายทิศทาง ตู้ระดับนี้จึงเป็นตัวเลือกที่อยู่กึ่งกลางระหว่างงานทั่วไปกับพื้นที่ที่ต้องการการป้องกันสูง
ตู้ไฟกันน้ำ KJL กลุ่ม Xtra Shield Series มีหลายรูปแบบให้เลือก ทั้งรุ่นฝาเดียว ฝาสองชั้น ฝาทึบ ฝากระจก แบบมีหลังคา และไม่มีหลังคา ตัวอย่างเช่น KBJA เป็นตู้ไม่มีหลังคา ฝากระจกชั้นเดียว ผลิตจากเหล็กแผ่นขาวหนา 1.6 มิลลิเมตร ส่วน KBJG เป็นตู้สองชั้น มีหลังคา และใช้ฝานอกแบบกระจก ทั้งสองรุ่นมีระดับ IP55
การเลือกระหว่างแบบมีหรือไม่มีหลังคาควรดูทิศทางของน้ำร่วมด้วย หากติดตั้งในพื้นที่เปิดหรือมีฝนตกกระทบจากด้านบน รุ่นมีหลังคาจะช่วยลดน้ำที่ไหลลงมาตามขอบประตูตู้ได้อีกชั้นหนึ่ง
พื้นที่ฝุ่นมากหรือเสี่ยงน้ำสูงควรเลือก IP65
สำหรับโรงงานที่มีฝุ่นละเอียดจำนวนมาก พื้นที่ใกล้กระบวนการผลิต จุดล้างทำความสะอาด หรือบริเวณภายนอกที่ต้องเผชิญฝนและละอองน้ำเป็นประจำ ระดับ IP65 จะตอบโจทย์มากกว่า เพราะสามารถป้องกันฝุ่นเข้าสู่ภายในและรองรับน้ำที่ฉีดกระทบตัวตู้ได้ดีกว่าระดับก่อนหน้า
รุ่น KBJX ของ KJL เป็นตู้ควบคุมไฟฟ้าแบบไม่มีหลังคา ฝาชั้นเดียว และเชื่อมรอบ ตัวตู้ผลิตจากเหล็กแผ่นขาวหนา 2.0 มิลลิเมตร พร้อมมาตรฐานกันฝุ่นกันน้ำ IP65 จึงเหมาะกับงานที่ต้องการโครงสร้างแข็งแรงและการป้องกันในระดับสูง
อย่างไรก็ตาม IP65 ไม่ได้รองรับการแช่น้ำ หากพื้นที่มีความเสี่ยงน้ำท่วม ควรพิจารณายกระดับตำแหน่งติดตั้ง รวมถึงวางแนวเดินสายและช่องเข้าสายให้ไม่เป็นทางให้น้ำไหลเข้าสู่ตู้
เลือกฝาทึบ ฝากระจก หรือฝาสองชั้นอย่างไร ?
ฝาทึบเหมาะกับงานที่ไม่จำเป็นต้องมองเห็นอุปกรณ์ภายใน ช่วยลดโอกาสที่ประตูชั้นนอกจะได้รับความเสียหายจากแรงกระแทก ส่วนฝากระจกเหมาะกับตู้ที่มีหน้าปัด มิเตอร์ ไฟแสดงสถานะ หรืออุปกรณ์ที่ผู้ดูแลต้องตรวจสอบโดยไม่เปิดประตู
ตู้แบบฝาสองชั้นเหมาะกับจุดที่ผู้ใช้งานต้องกดสวิตช์หรือดูค่าบางส่วนจากด้านหน้า ขณะที่อุปกรณ์และสายไฟหลักยังถูกป้องกันอยู่ภายในอีกชั้น รูปแบบนี้ช่วยแยกส่วนควบคุมออกจากพื้นที่เดินสายและลดการเปิดถึงอุปกรณ์ทั้งหมดโดยไม่จำเป็น
ตรวจสอบจุดติดตั้งก่อนเลือกตู้ไฟกันน้ำ KJL
ก่อนตัดสินใจเลือกตู้ไฟกันน้ำ KJL ควรสำรวจว่าบริเวณดังกล่าวอยู่ภายในหรือภายนอกอาคาร มีหลังคาคลุมหรือไม่ น้ำมาจากทิศทางใด มีฝุ่นสะสมมากเพียงใด และมีการล้างพื้นที่ด้วยสายฉีดน้ำหรือไม่ นอกจากนี้ ควรเผื่อพื้นที่ภายในสำหรับอุปกรณ์ การระบายความร้อน และการบำรุงรักษาในอนาคต
ค่า IP ที่สูงขึ้นไม่ได้หมายความว่าเหมาะกับทุกงานเสมอไป ทางเลือกที่เหมาะสมคือระดับการป้องกันที่รองรับความเสี่ยงของสถานที่จริง พร้อมติดตั้งโดยรักษาสภาพซีล ขอบประตู และช่องเข้าสายอย่างถูกต้อง เพื่อให้ประสิทธิภาพการกันน้ำและกันฝุ่นของตู้ยังคงทำงานได้ตามที่ออกแบบไว้


